ค่ายลูก Fang Cheng Bao ของ BYD ที่คนไทยรู้จักจากรถออฟโรด Bao 5 วันนี้เปลี่ยนโหมดมาทำ “สเตชั่นแวกอนสปอร์ต” หน้าตาคล้าย Denza Z แต่ราคาต่ำกว่ามาก — เริ่มส่งรถถึงโชว์รูมจีนแล้ว ก่อนเปิดขายจริงเดือนนี้
ผมพูดตรงๆ นะครับ — ผมไม่คิดว่า Fang Cheng Bao จะทำแบบนี้
ถ้าใครติดตามข่าวรถจีนมาสักพัก คงจำได้ว่า Fang Cheng Bao คือแบรนด์ลูกของ BYD ที่เกิดมาเพื่อทำรถออฟโรดล้วนๆ — Bao 5 ตัวถังบันไดแบบ Land Cruiser, Titanium 7 ที่ดุดันเหมือนจะไปวิ่งทะเลทราย ผมเคยเขียนถึงสายพันธุ์นี้มาหลายคัน ทุกคันคือ “ลุยได้จริง” เป็นจุดขาย
แต่ Formula S GT ที่เพิ่งเริ่มส่งถึงโชว์รูมจีนคันนี้ กลับเป็นสเตชั่นแวกอนโลว์ไรเดอร์หน้าเพรียว ท้ายตัดสั้นแบบ shooting brake — ผมยิ้มทั้งวันตอนเห็นภาพแรก เพราะมันหยิบยืมดีเอ็นเอสไตล์มาจาก Denza Z ตรงๆ ทั้งไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ฝากระโปรงเอียงลาด และกันชนทรงสปอร์ต ผมมองว่านี่คือสัญญาณว่า BYD กำลังใช้ Fang Cheng Bao ขยายไปเล่นตลาดที่ไม่ใช่ออฟโรดอย่างจริงจังแล้ว
ดีไซน์ — ยืมสายเลือด Denza Z มาเต็มๆ แต่เพิ่มความ practical
Formula S GT ยาว 5,025 มม. กว้าง 1,967 มม. สูง 1,483 มม. — ตัวถังยาวกว่า Denza Z พอสมควร เพราะเป็นแวกอนที่เน้นพื้นที่เก็บของ ไม่ใช่คูเป้ 2+2 ที่นั่ง
จุดที่ผมชอบที่สุดคือมือจับประตูแบบซ่อนครึ่งหนึ่ง (semi-hidden) ล้ออัลลอยลายหลายก้าน ไฟท้ายทรงเพชร แร็คหลังคาที่ใช้งานได้จริง (ไม่ใช่แค่ของประดับ) และดั๊กเทลสปอยเลอร์เล็กๆ ท้ายรถ — รวมกันแล้วดูเป็นรถที่ตั้งใจขายให้คนที่อยากได้ทั้งความสปอร์ตและพื้นที่ใช้สอย ไม่ใช่แค่รถแข่งสวยๆ ที่ใช้งานจริงลำบาก
ที่น่าสนใจสุดคือ LiDAR ที่ติดตั้งบนหลังคา — ปกติเราเห็น LiDAR อยู่บนหลังคารถ SUV หรูราคาแพง แต่ Fang Cheng Bao เอามาใส่ในรถระดับราคาล้านต้นๆ นี่คือการเร่งให้เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติกลายเป็นของธรรมดาเร็วขึ้นอีกขั้น
ขุมพลัง — สองเวอร์ชัน วิ่งได้ไกลสุด 850 กม. ต่อชาร์จ
BYD ให้เลือก 2 แบบ:
RWD (ขับหลัง): มอเตอร์เดียว 300 kW (ประมาณ 402 แรงม้า) แบตเตอรี่ LFP มาตรฐาน 92.093 kWh วิ่งได้ไกลสุด 800-850 กม. ตามมาตรฐาน CLTC
AWD (ขับสี่ล้อ): มอเตอร์คู่รวม 490 kW (ประมาณ 657 แรงม้า) วิ่งไกล 730 กม. ต่อชาร์จ
ผมมองว่าตัวเลข 657 แรงม้า สำหรับสเตชั่นแวกอนราคาระดับล้านต้นๆ ถือว่าโหดมาก — เทียบกับ Volvo V60 Polestar Engineered ที่แรงม้ารวมแค่ราว 455 แรงม้า Fang Cheng Bao แรงกว่าเกือบเท่าตัว ในราคาที่ต่ำกว่ามาก
แบตเตอรี่และการชาร์จ — เทคโนโลยีแฟลชชาร์จตัวเดียวกับรุ่นพี่
ทั้งสองเวอร์ชันใช้ระบบแฟลชชาร์จของ BYD ที่ชาร์จจาก 10% ไป 97% ได้ภายใน 9 นาที — เร็วพอๆ กับเติมน้ำมันรถ ICE ทั่วไป ผมเคยกังวลเรื่องความร้อนสะสมตอนชาร์จเร็วขนาดนี้ในสภาพอากาศร้อนแบบไทย แต่ BYD ก็พิสูจน์มาแล้วหลายรุ่นว่าระบบระบายความร้อนของแบต Blade รุ่นใหม่รับมือได้ดีกว่ารุ่นแรกมาก
ภายใน — เรียบง่าย เน้นปุ่มจริงมากกว่าจอสัมผัส
ห้องโดยสารมาพร้อมพวงมาลัยสามก้าน คันเกียร์ติดคอพวงมาลัย จอแดชบอร์ดแบบลอย มาตรวัด LCD ขนาดเล็ก ที่ชาร์จไร้สาย ที่วางแก้ว และ — สิ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษ — ปุ่มกดจริงสำหรับฟังก์ชันหลักๆ แทนที่จะยัดทุกอย่างลงจอสัมผัสเหมือนรถจีนหลายรุ่นสมัยนี้ ส่วนตัวมองว่านี่คือจุดที่ทำให้รถขับสนุกขึ้นจริง เพราะไม่ต้องละสายตาจากถนนไปกดจอ
ระบบช่วยขับ DiPilot 300 มาพร้อม Navigate on Autopilot ให้รถช่วยเปลี่ยนเลนและตามเส้นทางบนทางด่วนได้เองในระดับหนึ่ง
ส่วนตัวมองว่าการที่ BYD เลือกใส่ปุ่มจริงกลับเข้ามาแทนที่จะยัดทุกอย่างลงจอสัมผัสเหมือนรถจีนรุ่นใหม่ๆ หลายคัน สะท้อนว่าแบรนด์เริ่มฟังเสียงลูกค้าที่บ่นเรื่องจอสัมผัสมากเกินไปมาสักพักแล้ว — เป็นสัญญาณดีสำหรับคนที่กังวลเรื่องนี้เวลาซื้อรถจีน
คู่แข่งในตลาดสเตชั่นแวกอนไฟฟ้า
ตลาดสเตชั่นแวกอนสมรรถนะสูงแบบไฟฟ้าล้วนยังถือว่าบางมากทั่วโลก ผู้เล่นหลักที่พอเทียบได้อย่าง Porsche Taycan Sport Turismo ราคาเริ่มต้นสูงกว่า Formula S GT หลายเท่าตัว ส่วน Volvo V60 Polestar Engineered ยังเป็นปลั๊กอินไฮบริดไม่ใช่ไฟฟ้าล้วน ผมมองว่านี่คือช่องว่างตลาดที่ Fang Cheng Bao มองเห็นและกล้ากระโดดเข้ามาเป็นเจ้าแรกๆ ในราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึงได้จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มซูเปอร์คาร์
ในฝั่งรถจีนด้วยกันเอง Zeekr 001 ที่เป็น shooting brake เหมือนกันและขายในหลายตลาดต่างประเทศแล้ว ก็เป็นคู่เทียบที่ใกล้เคียงที่สุด — ถ้า Fang Cheng Bao เข้าไทยจริง ผมเชื่อว่า Zeekr 001 จะเป็นคู่แข่งตัวจริงมากกว่า Denza Z9GT ด้วยซ้ำ เพราะอยู่ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันมากกว่า
ราคาและรุ่นย่อย
จีนเปิดพรีออเดอร์ไปแล้วช่วงเดือนสิงหาคมที่ 230,000-280,000 หยวน (ประมาณ 1.13-1.38 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)
| รุ่น | มอเตอร์ | แรงม้า | ระยะทาง (CLTC) | ราคาจีน (บาท) |
|---|---|---|---|---|
| RWD | 300 kW | ~402 แรงม้า | 800-850 กม. | ~1.13 ล้าน |
| AWD | 490 kW | ~657 แรงม้า | 730 กม. | ~1.38 ล้าน |
ราคานี้เป็นราคาหน้าโรงงานจีน ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและการปรับสเปกสำหรับตลาดไทย ซึ่งปกติแล้วราคาขายจริงในไทยมักจะสูงกว่าราคาจีนพอสมควร
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- ยังไม่มีคอนเฟิร์มมาไทย บทความต้นทางบอกแค่ว่า “น่าจะ” ไปตลาดต่างประเทศผ่านแบรนด์ Denza เหมือนที่ Denza Z ไปเปิดตัวที่อังกฤษ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Fang Cheng Bao Formula S GT จะมาไทยเมื่อไหร่ หรือจะมาในชื่อ Fang Cheng Bao หรือเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ Denza แทน
- เครือข่ายศูนย์บริการ Fang Cheng Bao ในไทยยังไม่มี ต่างจาก BYD ที่มีตัวแทนจำหน่ายกระจายทั่วประเทศแล้ว Fang Cheng Bao เป็นแบรนด์ใหม่มาก ถ้าเข้าไทยจริงคงต้องเริ่มสร้างเครือข่ายใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซึ่งกระทบเรื่องอะไหล่และการรับประกันระยะยาว
- ราคาขายจริงในไทยอาจไม่ถูกอย่างที่คิด ราคาจีนแปลงตรงๆ ดูน่าดึงดูดมาก แต่ด้วยโครงสร้างภาษีนำเข้ารถ EV ของไทย ราคาสุดท้ายอาจขยับขึ้นไปใกล้เคียงกับ Denza Z9GT ที่ทดสอบขับในไทยแล้วที่ระดับราคาราวๆ 2 ล้านบาท ก็เป็นได้ ถ้าเป็นแบบนั้นความคุ้มค่าจะเปลี่ยนไปทันที
EDriv Inside
ผมมองว่าจุดที่น่าสนใจที่สุดของคันนี้ไม่ใช่ตัวเลขแรงม้า แต่คือ “การวางตำแหน่งราคา” — Denza Z9GT ที่ Rever Automotive เพิ่งเริ่มทดสอบขับในไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มาพร้อมมอเตอร์สามตัวรวม 1,156 แรงม้า 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที แต่ราคาทดสอบที่สื่อไทยรายงานอยู่ราวๆ 2 ล้านบาท
Formula S GT เวอร์ชัน AWD แรงม้าน้อยกว่าเกือบครึ่งที่ 657 แรงม้า แต่ถ้าราคาจีนแปลงตรงๆ ที่ 1.38 ล้านบาท ยังพอรักษาระดับได้หลังบวกภาษี ก็อาจจะกลายเป็น “ทางเลือกที่คนอยากได้ดีไซน์และความสปอร์ตแบบ Denza Z แต่ไม่ต้องจ่ายแรงม้าเกินความจำเป็น” — ตลาดเดียวกับที่ Volvo, BMW และ Audi Avant/Touring เคยครองมานาน แต่ไม่มีใครกล้าทำเป็นไฟฟ้าล้วนขนาดนี้มาก่อน
เลือก Fang Cheng Bao Formula S GT ถ้าคุณชอบทรงสเตชั่นแวกอนที่ใช้งานได้จริง อยากได้ดีไซน์สปอร์ตแบบ Denza Z แต่งบไม่ถึง 2 ล้าน และไม่ติดใจเรื่องเครือข่ายศูนย์บริการใหม่
เลือก Denza Z9GT ถ้าคุณเอาสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์เป็นตัวตั้ง ไม่สนงบประมาณ และอยากได้แบรนด์ที่เริ่มวางเครือข่ายในไทยแล้วผ่าน Rever Automotive
ส่วนถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องแบรนด์ใหม่เลย BYD Seal ที่ขายในไทยอยู่แล้วก็ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าในตอนนี้ รอดูจังหวะที่ Fang Cheng Bao หรือ Denza ประกาศราคาทางการก่อนตัดสินใจดีกว่าครับ
เตรียมพบกับความเคลื่อนไหวต่อไปของ Fang Cheng Bao ในตลาดต่างประเทศ — ใครคิดว่าถ้ามาไทยจริง ควรตั้งราคาเท่าไหร่ถึงจะสมเหตุสมผล คอมเมนต์บอกกันได้เลยครับ
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

