ข่าว EV และเทคโนโลยีจาก EDrivThailandPak Kret · Nonthaburi · Thailand
← กลับหน้าข่าวล่าสุด

เปิดตัว BYD Sealion 08 เอสยูวีเรือธง 8 รุ่นย่อย — ใส่ Blade Battery เจนสอง ทั้ง PHEV และ BEV วิ่งไกลสุด 900 กม.

BYD เปิดราคาขายจริง Sealion 08 เอสยูวี 5/6 ที่นั่ง 8 รุ่นย่อย ใส่ Blade Battery เจนสองทั้ง PHEV และ BEV — BEV วิ่งไกลสุด 900 กม.

BYD Sealion 08 เอสยูวีเรือธง Blade Battery เจนสอง
เครดิตภาพ: CarNewsChina

BYD เปิดราคาขายจริง Sealion 08 เอสยูวีขนาดกลาง-ใหญ่ 5/6 ที่นั่ง 8 รุ่นย่อย ตั้งแต่ 229,900-279,900 หยวน (ราว 1.15-1.4 ล้านบาท) มาพร้อม Blade Battery เจเนอเรชันสอง ทั้งเวอร์ชัน PHEV และ BEV ในรุ่นเดียวกันเป็นครั้งแรก — BEV วิ่งไกลสุด 900 กม. CLTC, PHEV รวมได้ถึง 1,650 กม.

ผมพูดตรงๆ นะครับ — นี่คือ SUV ที่ทำให้ผมต้องเปิดสเปกอ่านซ้ำสองรอบ

ปกติเวลา BYD เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ผมจะดูตัวเลขแบตกับระยะทางเป็นอันดับแรก แต่ Sealion 08 มีอะไรที่ทำให้ผมสะดุดตากว่านั้น — มันคือรถรุ่นแรกของ BYD ที่ใส่ Blade Battery เจนสองในตัวถังเดียวกันทั้งเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริดและไฟฟ้าล้วน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนขนาดแบตแล้วจบ แต่เป็นการยืนยันว่าแพลตฟอร์มแบตเตอรี่ตัวใหม่ของ BYD พร้อมใช้งานจริงในสเกลใหญ่แล้ว ผมติดตาม Blade Battery มาตั้งแต่เจนแรกเปิดตัวใน Han EV ปี 2020 ที่โด่งดังเรื่องผ่านการทดสอบตอกตะปูโดยไม่ลุกไหม้ — เจนสองนี่คือก้าวต่อไปที่ผมรอดูมานาน

Sealion 08 วางตัวเป็นเอสยูวีเรือธงตระกูล Sealion ที่ใหญ่กว่า Sealion 07 (ซึ่งขายจริงในไทยอยู่แล้ว) และมาแทนที่ตำแหน่ง 6-7 ที่นั่งที่ตระกูลนี้ยังไม่เคยมี เปิดพรีเซลไปตั้งแต่ 13 สิงหาคม และราคาขายจริงที่ประกาศวันนี้ “ไม่ต่ำกว่าราคาพรีเซล” ตามที่ BYD ระบุ

ดีไซน์ “Ocean Aesthetics 2.0” — ไฟหน้าคริสตัล 132 ดวง กับท้ายรถที่เลียนแบบคลื่นทะเลลึก

ตัวถังยาว 5,115 มม. กว้าง 1,999 มม. สูง 1,800 มม. ฐานล้อยาว 3,030 มม. — ไซส์นี้ใหญ่กว่า Denza N8 ที่ผมเพิ่งเขียนถึงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเล็กน้อยในเรื่องความยาว แต่เตี้ยและเพรียวกว่า

จุดที่ผมชอบที่สุดคือไฟหน้า “Ice Eye” ที่ใช้กระบวนการคริสตัลผนังหนาร่วมกับ LED กำลังสูง 132 ดวง — ระดับความประณีตนี้ผมเคยเห็นแต่ในรถหรูยุโรปราคาแพงกว่านี้เท่าตัว ไฟท้ายแบบไล่เฉดยาว 1,982 มม. ที่ BYD บอกว่าเลียนแบบคลื่นทะเลลึกก็เป็นลายเซ็นที่จำง่าย ล้ออัลลอยมีให้เลือก 20 หรือ 21 นิ้ว พร้อมฝาดุมแบบลอยตัวที่ทำให้โลโก้ตรงตำแหน่งตลอดแม้ล้อหมุน — ดีเทลเล็กๆ แบบนี้ผมมองว่าเป็นการทุ่มทุนที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่ทำให้รถดูพรีเมียมขึ้นทันทีตอนจอดนิ่ง

สีตัวถังมีให้เลือก 6 สีเดี่ยว รวมถึง Frost Jade Silver และ Poseidon Green บวกอีก 2 แบบสองโทนสี — ชื่อสีฟังดูเป็นกวีนิพนธ์กว่าค่ายจีนทั่วไปเสียอีก

ขุมพลังคู่ขนาน — PHEV วิ่งรวม 1,650 กม. ส่วน BEV แรง 497 แรงม้า วิ่ง 900 กม.

นี่คือจุดที่ผมมองว่า Sealion 08 ฉลาดที่สุด — BYD ไม่ได้เลือกระหว่าง PHEV กับ BEV แต่ใส่มาทั้งคู่ในตัวถังเดียว ให้ลูกค้าเลือกเองตามไลฟ์สไตล์

ฝั่ง PHEV: เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ กำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์ รุ่นมอเตอร์เดียวให้กำลัง 200 กิโลวัตต์ (268 แรงม้า) ส่วนรุ่นสองมอเตอร์ใส่มอเตอร์ 200 กิโลวัตต์ (268 แรงม้า) สองตัว จับคู่กับ Blade Battery เจนสองขนาด 55.843 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 350-400 กม. CLTC และวิ่งรวมสูงสุด 1,650 กม. — ตัวเลขนี้ผมมองว่าตอบโจทย์คนที่ยังไม่มั่นใจเรื่องสถานีชาร์จได้ตรงจุดมาก

ฝั่ง BEV: รุ่นมอเตอร์เดียวขับหลังให้กำลัง 370 กิโลวัตต์ (497 แรงม้า) ส่วนรุ่นสองมอเตอร์ขับสี่ล้อใส่มอเตอร์หน้า 215 กิโลวัตต์ (288 แรงม้า) คู่กับมอเตอร์หลัง 370 กิโลวัตต์ (497 แรงม้า) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ตั้งแต่ 5.9 ถึง 3.9 วินาทีแล้วแต่รุ่น จับคู่แบต Blade Battery เจนสองขนาดใหญ่ถึง 115.072 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุด 800-900 กม. CLTC

ผมมองว่าตัวเลข 497 แรงม้ากับ 0-100 ใน 3.9 วินาทีของรุ่นท็อป BEV คือระดับที่เมื่อ 3-4 ปีก่อนต้องเป็นรถสปอร์ตราคาหลายล้านถึงจะทำได้ ตอนนี้มันอยู่ในเอสยูวีครอบครัว 6 ที่นั่งราคาหลักล้านต้นๆ แล้ว

ช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A — เดินหน้าแบบปูได้ พวงมาลัยหลังเลี้ยวตามได้

Sealion 08 ใช้ช่วงล่างปีกนกคู่หน้า และมัลติลิงก์ 5 จุดด้านหลัง ผสานระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ DiSus-A ที่ผมมองว่าคือ Mercedes S-Class Magic Body Control เวอร์ชันที่ราคาแค่เศษเสี้ยวเดียว — ระบบนี้อ่านสภาพถนนล่วงหน้าเพื่อปรับความหนืดช็อกได้แบบเรียลไทม์ พร้อมพวงมาลัยหลังเลี้ยวตามได้ (active rear-wheel steering) โหมด “เดินแบบปู” (crab walk) สำหรับจอดในที่แคบ และระบบป้องกันพลิกคว่ำ รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร — สำหรับเอสยูวียาวเกิน 5 เมตรคันนี้ ถือว่าคล่องตัวเกินคาด

ระบบขับขี่อัจฉริยะใช้ “God’s Eye 5.0” ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดของ BYD ในตระกูลนี้ — ผมยังไม่มีข้อมูลจำนวนเซนเซอร์/LiDAR ที่ชัดเจนจากบทความต้นทาง แต่ตามเทรนด์ BYD ปีนี้คาดว่าจะมี LiDAR เป็นออปชันในรุ่นท็อปแน่นอน

ห้องโดยสาร 6 ที่นั่งระดับ Business Class — จอเพดาน 21.4 นิ้ว ลำโพง Devialet 25 ตัว

ภายในคือจุดที่ BYD ทุ่มมาเต็มที่ จอกลาง 17.3 นิ้ว มาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว และ AR-HUD ขนาดยักษ์ 26 นิ้ว เบาะหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง อุ่น ระบายอากาศ นวดได้ 10 จุด

รุ่น 6 ที่นั่งมาพร้อมเบาะ “zero-gravity” สำหรับคนขับและผู้โดยสารหลังขวา ที่เบาะฝั่งขวาหลังยังเลื่อนด้านข้างได้เพื่อเปิดทางเดินเข้าออก — ระบบความบันเทิงมีจอเพดาน HD ขนาด 21.4 นิ้วสำหรับผู้โดยสารหลัง คู่กับลำโพง Devialet 25 ตัวรองรับ Dolby Atmos ผมฟังสเปกลำโพงแล้วอดคิดถึงรถหรูยุโรประดับเรือธงไม่ได้ แถมยังมีตู้เย็นในรถขนาด 7.3 ลิตร

พื้นที่เก็บของก็จัดเต็ม รุ่น 5 ที่นั่งได้ท้ายรถ 943 ลิตร บวกท้ายหน้า (frunk) 201 ลิตร ส่วนรุ่น 6 ที่นั่งได้ 317 ลิตร บวกหน้า 201 ลิตร และพับเบาะได้ถึง 1,173 ลิตร — ตัวเลขนี้เทียบกับ SUV 6-7 ที่นั่งทั่วไปแล้วถือว่าใจกว้างมาก

ตารางราคา 8 รุ่นย่อย (ราคาจีน)

รุ่นราคา (หยวน)ราคา (USD)
PHEV 400 กม. 6 ที่นั่ง Honour Edition229,90033,800
PHEV 350 กม. 5 ที่นั่ง 4WD Flagship249,90036,800
BEV 900 กม. 5 ที่นั่ง Honour Edition249,90036,800
PHEV 350 กม. 6 ที่นั่ง 4WD Flagship269,90039,700
BEV 900 กม. 6 ที่นั่ง Honour Edition239,90035,300
BEV 800 กม. 5 ที่นั่ง 4WD Flagship259,90038,200
BEV 900 กม. 6 ที่นั่ง Honor Edition259,90038,200
BEV 800 กม. 6 ที่นั่ง 4WD Flagship279,90041,200

ถ้าคูณอัตราแลกเปลี่ยนคร่าวๆ (1 USD ≈ 34 บาท) ราคาจีนช่วงนี้จะตกอยู่ราว 1.15-1.4 ล้านบาท — แต่นี่คือราคาก่อนภาษีนำเข้าและปรับสเปกสำหรับตลาดไทย ซึ่งตามปกติแล้วราคาไทยจะสูงกว่าราคาจีนพอสมควร

สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล

  • ตัวเลข CLTC 900 กม. กับความร้อนเมืองไทย เหมือนทุกครั้งที่ผมเขียนถึงรถจีน ตัวเลข CLTC คือค่าห้องแล็บ ถ้าเทียบกับ Denza N8 ที่อ้าง 1,003 กม. CLTC แล้วผมเคยประเมินว่าลดลงจริงราว 15-20% เมื่อเจอแอร์เปิดทั้งวันบวกรถติดกรุงเทพฯ ตัวเลข 900 กม. ของ Sealion 08 ก็น่าจะลดลงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน
  • Blade Battery เจนสองในระบบ PHEV เป็นของใหม่จริงๆ เจนแรกพิสูจน์ตัวเองมาแล้วในรถไฟฟ้าล้วนหลายรุ่น แต่การเอาแบตก้อนเดียวกันไปทำงานในระบบไฮบริดที่ต้องรับส่งพลังงานถี่กว่า ผมยังอยากเห็นข้อมูลระยะยาวก่อนฟันธงว่าอายุการใช้งานจะดีเท่าเจนแรกหรือไม่
  • ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่ Sealion 07 ใช้เวลาราวครึ่งปีหลังเปิดตัวจีนกว่าจะมาไทย ถ้า Sealion 08 เดินตามรอยเดิม เราอาจต้องรอถึงต้นปี 2570 ถึงจะเห็นตัวจริงในโชว์รูมไทย

EDriv Inside

ผมมองว่า Sealion 08 คือไพ่ใบสำคัญที่ BYD จะใช้เขย่าตลาด SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง-ใหญ่ในไทย เพราะ BYD มีทั้งโรงงานที่ระยองรองรับการประกอบในประเทศอยู่แล้ว และมีฐานลูกค้า Sealion 07 ที่พร้อมอัปเกรดขึ้นมาเป็นรุ่นใหญ่กว่า

คู่แข่งในตลาดไทยที่ผมมองว่าต้องจับตา: Tesla Model Y L ที่เพิ่งมีข่าวลูกค้าจีนร้องเรียนปัญหาช่วงล่างหลังยุบตัว (ผมอ่านข่าวนี้เมื่อเช้าแล้วอดคิดไม่ได้ว่าจังหวะนี้ BYD มาเปิดตัว Sealion 08 พอดี เหมือนจับจังหวะตลาดได้แม่นมาก) รวมถึง Zeekr 7X และฝั่งค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toyota bZ ที่ยังตามหลังเรื่องสเปกอยู่มาก

กรอบการตัดสินใจถ้า Sealion 08 มาไทยจริง: เลือกรุ่น PHEV ถ้าคุณยังกังวลเรื่องสถานีชาร์จต่างจังหวัดหรือขับทางไกลบ่อย ระยะรวม 1,650 กม. ตอบโจทย์ได้สบาย เลือกรุ่น BEV ถ้าคุณมีที่ชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานแน่นอน แล้วอยากได้อัตราเร่งระดับ 497 แรงม้าไปเต็มๆ ส่วนใครที่ต้องขนครอบครัวใหญ่บ่อยๆ รุ่น 6 ที่นั่งพร้อมเบาะ zero-gravity คือจุดขายที่คู่แข่งยังไม่มีใครทำตาม

ส่วนตัวมองว่าราคาไทยถ้ามาจริงน่าจะอยู่ช่วง 1.6-2.1 ล้านบาทแล้วแต่รุ่นย่อย — สูงกว่าราคาจีนพอสมควรตามสูตรภาษีนำเข้าปกติ แต่ยังน่าจะถูกกว่า Denza N8 ที่ผมประเมินไว้ที่ 2.3-2.9 ล้านบาท เพราะ Sealion 08 วางตำแหน่งต่ำกว่าในพอร์ตของ BYD Group

เตรียมพบกับความเคลื่อนไหวต่อไปของ BYD ในตลาดไทยที่ผมจะติดตามมาเล่าให้ฟัง — ถ้า Sealion 08 มาไทยจริง คุณจะเลือก PHEV หรือ BEV ครับ? คอมเมนต์บอกผมได้เลย ผมอ่านทุกคอมเมนต์

ที่มา: CarNewsChina
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ