Stella Li รองประธานบริหารของ BYD ให้สัมภาษณ์ที่เมืองบาเลนเซีย สเปน ยืนยันว่า BYD จะมีรถ 1 รุ่นที่ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-State (โซลิดสเตต) เป็นรุ่นแรก “ภายในปีหน้า” (2027) โดยตั้งเป้าความหนาแน่นพลังงานราว 400 Wh/kg และจะเริ่มที่รถเรือธงตระกูล Yangwang และ Denza ก่อน เพราะราคาวัสดุยังสูงมาก
ผมพูดตรงๆ นะครับ — คำว่า “ปีหน้า” จากปาก BYD เอง คือสิ่งที่ทำให้ข่าวนี้ต่างจากข่าวโซลิดสเตตอื่นๆ
เรื่องแบตเตอรี่โซลิดสเตตเป็นข่าวที่ผมได้ยินมาหลายปี ทุกค่ายบอกว่า “กำลังพัฒนา” แต่ไม่เคยมีใครกล้าให้ไทม์ไลน์ชัดๆ จนกระทั่ง Stella Li รองประธานบริหารของ BYD พูดกลางการสัมภาษณ์ที่สเปนว่า “แม้แต่ปีหน้า เราก็จะมีรถ 1 รุ่นที่เป็นรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยีนี้” — การที่เบอร์ต้นๆ ของค่ายรถที่ขายดีที่สุดในโลกพูดเองแบบนี้ ทำให้ผมต้องตั้งใจฟังเป็นพิเศษ
BYD ยังย้ำด้วยประโยคที่ผมชอบมากว่า “เทคโนโลยีแบตเตอรี่ไหนก็ตาม ผมรับประกันว่าคุณจะเจอมันอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของห้องวิจัย BYD” — สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้แทงม้าตัวเดียว แต่ศึกษาทุกเทคโนโลยีขนานกันไป
ไทม์ไลน์จริง — รถโชว์ปีหน้า, ผลิตจริงจำนวนมากปี 2030
ผมขอแยกไทม์ไลน์ให้ชัด เพราะ “ปีหน้า” ไม่ได้แปลว่าซื้อได้ปีหน้า:
- 2027: รถคันสาธิต (demonstration vehicle) รุ่นแรกที่ใช้โซลิดสเตต
- ราวปี 2027: ผลิตล็อตเล็กทดลองราว 1,000 คัน (ตามที่ Sun Huajun ซีทีโอของ FinDreams บริษัทลูกด้านแบตของ BYD ระบุ)
- ราวปี 2030: ผลิตเชิงพาณิชย์จำนวนมาก
พูดง่ายๆ คือปีหน้าเราจะได้ “เห็น” ของจริงในรถ แต่กว่าจะถึงมือคนทั่วไปในราคาที่จับต้องได้ ต้องรอถึงราวปี 2030 ผมมองว่านี่คือการสื่อสารที่ตรงไปตรงมากว่าที่ผมคาด BYD ไม่ได้ขายฝันว่าปีหน้าได้ใช้กันทุกคน
สเปกที่ตั้งเป้า — 400 Wh/kg เกือบสามเท่าของ Blade ในวันนี้
เป้าหมายความหนาแน่นพลังงานอยู่ที่ราว 400 Wh/kg โดยมีเซลล์ต้นแบบขนาด 20 Ah และ 60 Ah แล้ว ใช้อิเล็กโทรไลต์แบบของแข็งชนิดซัลไฟด์ (inorganic sulfide) สูตร lithium phosphorus sulfur chloride (LPSC) พัฒนาโดย FinDreams
ตัวเลข 400 Wh/kg นี้สำคัญมากครับ เพราะแบต Blade LFP ที่ BYD ใช้อยู่ทุกวันนี้อยู่ที่ราว 150 Wh/kg เท่านั้น เท่ากับโซลิดสเตตให้พลังงานต่อน้ำหนักเกือบ 3 เท่า — แปลว่าแบตขนาดเท่าเดิมวิ่งได้ไกลขึ้นมาก หรือได้ระยะทางเท่าเดิมแต่แบตเบาลงและเล็กลงมาก ซึ่งช่วยเรื่องสมรรถนะและพื้นที่ในรถไปพร้อมกัน
ทำไมต้องเริ่มที่ Yangwang และ Denza ก่อน — คำตอบคือราคาวัสดุ
BYD ระบุว่ารถกลุ่มแรกที่จะได้โซลิดสเตตคือรถเรือธงตระกูล Yangwang และ Denza เหตุผลตรงไปตรงมาคือต้นทุน — วัสดุตั้งต้นซัลไฟด์ตอนนี้ยังแพงกว่าวัสดุอิเล็กโทรไลต์เหลวแบบเดิม “หลายสิบเท่า”
ผมมองว่านี่คือกลยุทธ์เดียวกับที่ทุกเทคโนโลยีใหม่ใช้ — ใส่ในรถราคาแพงก่อน เพราะกลุ่มนั้นรับต้นทุนที่สูงได้ แล้วค่อยไหลลงมารุ่นล่างเมื่อผลิตได้มากขึ้นและต้นทุนลดลง เหมือนที่ ABS, ถุงลม หรือแม้แต่จอสัมผัสเคยเป็นของหรูในอดีต
คู่แข่งอยู่ตรงไหน — Toyota, Samsung SDI ก็จ่อปี 2027 เหมือนกัน
BYD ไม่ได้วิ่งคนเดียวในสนามนี้ Toyota ตั้งเป้าออกแบตโซลิดสเตตสู่ตลาดช่วงปี 2027-2028 ส่วน Samsung SDI ตั้งเป้าผลิตจำนวนมากปี 2027 เช่นกัน
ผมมองว่าปี 2027-2028 จะเป็นช่วงชี้ชะตาว่าใครทำโซลิดสเตตออกมาขายได้จริงก่อนกัน และที่น่าสนใจคือคราวนี้ค่ายจีนอย่าง BYD ไม่ได้เป็นฝ่ายตามหลังญี่ปุ่นแบบยุคไฮบริดอีกแล้ว แต่วิ่งขนานกันมาในไทม์ไลน์เดียวกัน
ผลกระทบต่อคนไทย — ยังไม่ใช่วันนี้ แต่กำหนดอนาคต EV ที่เราจะซื้อ
ตรงนี้คือจุดที่ผมอยากเชื่อมกลับมาที่คนไทย BYD มีโรงงานประกอบที่ระยองและเป็นแบรนด์ EV อันดับต้นๆ ในบ้านเรา ถ้าเทคโนโลยีโซลิดสเตตพิสูจน์ตัวได้จริงในรถเรือธงช่วงปี 2027-2028 มันจะค่อยๆ ไหลลงมาสู่รุ่นที่คนไทยซื้อได้อย่าง Seal, Sealion หรือ Atto ในช่วงต้นทศวรรษ 2030
แต่ผมย้ำว่าอย่าเพิ่งชะลอการซื้อ EV วันนี้เพื่อรอโซลิดสเตต เพราะกว่าจะถึงมือคนทั่วไปในราคาที่จับต้องได้ยังอีกหลายปี และแบต Blade LFP ในวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและใช้งานได้ดีในสภาพอากาศไทย
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- “รถคันสาธิต” กับ “รถที่ขายจริง” คือคนละเรื่อง ปีหน้าเราจะได้เห็นของ แต่การผลิตล็อตเล็กแค่ 1,000 คันยังห่างจากการขายจริงในสเกลใหญ่มาก ต้องดูว่าผ่านการทดสอบความทนทานระยะยาวได้จริงไหม
- ต้นทุนวัสดุที่แพงกว่าเดิมหลายสิบเท่า นี่คือกำแพงใหญ่ที่สุด ถ้าลดต้นทุนไม่ได้เร็วพอ โซลิดสเตตอาจติดอยู่แค่ในรถเรือธงราคาหลายล้านไปอีกนาน
- ยังไม่มีข้อมูลเรื่องอายุการใช้งานและความปลอดภัยระยะยาว โซลิดสเตตซัลไฟด์ยังใหม่มากในระดับการใช้งานจริงบนถนน ต้องรอข้อมูลภาคสนามก่อนฟันธงว่าดีกว่า Blade LFP ที่พิสูจน์ตัวมาแล้วจริงหรือไม่
EDriv Inside
ผมมองว่าข่าวนี้สำคัญในเชิงทิศทางมากกว่าตัวเลข เพราะมันยืนยันว่าสงครามแบตเตอรี่รอบต่อไปได้เริ่มขึ้นแล้ว และ BYD ประกาศตัวชัดว่าจะไม่ยอมให้ใครนำหน้าในเทคโนโลยีนี้
- สำหรับคนที่กำลังจะซื้อ EV ตอนนี้: ไม่ต้องรอโซลิดสเตต ซื้อรถที่ตอบโจทย์วันนี้ได้เลย เทคโนโลยีใหม่ยังอีกหลายปีกว่าจะถึงราคาที่จับต้องได้
- สำหรับคนที่ตามเทรนด์อุตสาหกรรม: จับตาปี 2027-2028 ให้ดี เพราะจะเป็นช่วงที่รู้กันว่า BYD, Toyota หรือ Samsung ใครทำโซลิดสเตตออกมาขายจริงได้ก่อน
ผมจะติดตามต่อว่ารถเรือธง Yangwang หรือ Denza รุ่นไหนจะได้เป็นคันแรกที่ใส่โซลิดสเตตจริงในปีหน้า
คำถามชวนคิด: ถ้าแบตโซลิดสเตตทำให้ EV วิ่งได้ไกลขึ้นเกือบเท่าตัวแต่ราคาแพงขึ้นในช่วงแรก คุณจะยอมจ่ายเพิ่มเพื่อเทคโนโลยีใหม่ หรือรอให้ราคาลงก่อน? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

