Chen Liquan บิดาแห่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมจีน รับรางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงสุดแห่งชาติจีน เมื่อ 8 กรกฎาคม 2026 แล้วประกาศกลางงานว่าอุตสาหกรรมต้องเร่งพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียม เพื่อหลุดพ้นจากการพึ่งพาลิเธียมนำเข้า 75% ล่าสุด CATL x Changan ทำต้นทุนแบตโซเดียมได้แล้วที่ 0.051 ดอลลาร์/Wh — ตัวเลขที่ผมมองว่าจะเปลี่ยนราคา EV จีนที่ขายในไทยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
นี่คือข่าวที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับคนซื้อรถ แต่จริงๆ กระทบกระเป๋าเงินคนไทยโดยตรง
ผมพูดตรงๆ นะครับ ข่าวนี้ไม่มีตัวรถให้ดู ไม่มีตัวเลขแรงม้าให้ตื่นเต้น แต่ผมเลือกเล่าเรื่องนี้เพราะมันคือรากฐานที่กำหนดว่า EV ในอนาคตจะแพงหรือถูก
วันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่กรุงปักกิ่ง Chen Liquan นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมของจีนตั้งแต่ยุคแรก ได้รับรางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงสุดของชาติ — รางวัลระดับสูงสุดที่รัฐบาลจีนมอบให้นักวิทยาศาสตร์ เทียบเท่ากับการได้รับเกียรติยศสูงสุดในสายอาชีพ
สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจที่สุดคือ คนที่สร้างอุตสาหกรรมลิเธียมของจีนขึ้นมากับมือ กลับเป็นคนแรกที่ออกมาบอกว่า “อย่าพึ่งพาลิเธียมมากเกินไป”
ทำไมจีนต้องการหลุดพ้นจากลิเธียมนำเข้า 75%
Chen Liquan กล่าวในสุนทรพจน์ว่าประเทศจะรักษาความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไม่ได้ด้วยการลอกเลียนเทคโนโลยีต่างชาติ ต้องมีวิสัยทัศน์และนวัตกรรมวัสดุของตัวเองเพื่อตัดขาดจากการพึ่งพาแร่ธาตุนำเข้า
ผมมองว่าประเด็นนี้คือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์แร่ธาตุล้วนๆ ลิเธียมส่วนใหญ่ของโลกกระจุกตัวอยู่ใน “สามเหลี่ยมลิเธียม” — ชิลี, อาร์เจนตินา, โบลิเวีย บวกออสเตรเลีย ขณะที่จีนต้องนำเข้าถึง 75% ของลิเธียมที่ใช้ในอุตสาหกรรม EV ทั้งประเทศ
ผมนึกถึงวิกฤตราคาลิเธียมปี 2022 ที่ราคาลิเธียมคาร์บอเนตพุ่งจาก 5,000 ดอลลาร์/ตัน ในปี 2020 ไปแตะ 80,000+ ดอลลาร์/ตัน ปลายปี 2022 — ตอนนั้นราคาแบตเตอรี่และราคารถ EV ทั่วโลก รวมถึงรถจีนที่ขายในไทย ปรับขึ้นตามไปด้วย นี่คือเหตุผลที่จีนไม่อยากเจอสถานการณ์แบบนั้นซ้ำอีก
เทคโนโลยีแบตโซเดียม — จากเกลือแกงสู่แบตรถยนต์
ส่วนตัวมองว่าจุดขายที่แท้จริงของโซเดียมคือ มันมาจากเกลือ วัตถุดิบที่มีอยู่ทั่วโลกในปริมาณมหาศาล ไม่กระจุกตัวเหมือนลิเธียม จุดเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจ:
- ต้นทุนแตะ 0.051 ดอลลาร์/Wh — ผลทดสอบจริงจาก CATL ร่วมกับ Changan สำหรับเซลล์โซเดียม
- ความหนาแน่นพลังงาน 175 Wh/kg — เพียงพอสำหรับรถบรรทุกเชิงพาณิชย์หนัก
- ทนความเย็นถึง -20°C โดยรักษาความจุแบตได้ 90% — Hina Battery ใช้เทคโนโลยีนี้กับรถบรรทุกและเรือขนส่งสินค้ากว่า 115,000 ลำในแม่น้ำแยงซี
- ผู้ผลิตกำลังพัฒนาขั้วแอโนดจากถ่านหินแทนกราไฟต์สังเคราะห์ราคาแพง ใช้ทรัพยากรคาร์บอนในประเทศ ลดต้นทุนได้อีกชั้น
ผมมองว่าตัวเลข -20°C นี่ตรงข้ามกับตอนที่ผมเขียนเรื่อง Denza N8 ที่แบต Blade ทนได้ถึง -30°C — สองเทคโนโลยีนี้กำลังแข่งกันคนละสนาม ลิเธียมเน้นสมรรถนะสูงสุด ส่วนโซเดียมเน้นต้นทุนต่ำสุดและความทนทานระดับอุตสาหกรรม
ใครคุมตลาดแบตเตอรี่จีนตอนนี้
ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2026 จาก China EV DataTracker:
| อันดับ | บริษัท | ส่วนแบ่งตลาด | ปริมาณติดตั้ง |
|---|---|---|---|
| 1 | CATL | 46.7% | 33.08 GWh |
| 2 | BYD | 16.8% | 11.87 GWh |
| 3-6 | Gotion, Calb, Eve Energy, Rept Battero | 3.7-6.3% | รวมกันไม่ถึง CATL |
| อื่นๆ | Zenergy, Sunwoda, Energee, LG Energy Solution | ต่ำกว่า 3.7% | - |
ผมมองว่า CATL ยังคุมตลาดเบ็ดเสร็จ แต่การที่ CATL เองเป็นเจ้าแรกที่ทำต้นทุนโซเดียมทะลุ 0.051 ดอลลาร์/Wh ได้ แปลว่าเจ้าตลาดกำลังผลักดันเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ทดลองเล่นๆ
ผลกระทบต่อคนไทย — ทำไมเรื่องนี้ควรอยู่ในสายตาคนที่กำลังจะซื้อ EV
ตรงนี้คือจุดที่ผมอยากเชื่อมกลับมาที่กระเป๋าเงินคนไทย รถ EV จีนที่ขายในไทยเกือบทั้งหมด — BYD (Blade LFP), MG, GWM, NETA — ใช้เซลล์จาก CATL หรือผลิตเองแบบ BYD ถ้าต้นทุนวัตถุดิบแบตเตอรี่ลดลงจากการเปลี่ยนไปใช้โซเดียมในรุ่นราคาประหยัด ราคาปลายทางที่คนไทยจ่ายก็มีโอกาสถูกลงตาม
ผมมองว่ากลุ่มที่ได้ประโยชน์ก่อนคือ EV ระดับเริ่มต้นแบบ BYD Seagull, Dolphin, Atto 3 รุ่นเริ่มต้น — กลุ่มที่ต้นทุนแบตเตอรี่เป็นสัดส่วนใหญ่ของราคารถ ถ้าโซเดียมเข้ามาแทนที่ในกลุ่มนี้ได้ ราคาขายในไทยอาจลดลงได้อีก 10-15% ภายใน 2-3 ปี (เป็นการประเมินเชิงบรรณาธิการของผมเอง)
ส่วนตัวมองว่า นี่คือจังหวะที่นโยบาย EV3.5 ของไทยควรจับตา — ถ้าต้นทุนแบตเตอรี่จีนลดลงจริง รัฐบาลอาจต้องทบทวนโครงสร้างเงินอุดหนุนใหม่ เพราะ EV จะแข่งขันด้านราคากับรถ ICE ได้โดยไม่ต้องพึ่งซับซิดีมากเท่าทุกวันนี้
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- ความหนาแน่นพลังงานยังต่ำกว่าลิเธียม 175 Wh/kg เทียบกับแบต LFP ลิเธียมที่ทำได้ 190-210 Wh/kg เท่ากับรถที่ใช้แบตโซเดียมล้วนอาจวิ่งได้ระยะทางสั้นกว่า เหมาะกับรถราคาประหยัดมากกว่ารถระยะไกล
- ยังไม่มี timeline ชัดเจนว่าเมื่อไหร่จะใช้ในรถที่ขายจริงเป็นกอบเป็นกำ ตอนนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเฟสรถบรรทุกเชิงพาณิชย์และเรือขนส่ง ยังไม่ใช่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
- ไทยยังไม่มีห่วงโซ่อุปทานแบตโซเดียมเลย ถ้าจีนเปลี่ยนไปใช้โซเดียมเต็มรูปแบบ แต่ไทยยังต้องนำเข้าแบตแบบเดิม ต้นทุนที่ลดในจีนอาจไม่ได้ถูกส่งต่อมาถึงผู้บริโภคไทยเต็มเม็ดเต็มหน่วย
Nithi Take — จับตาอะไรต่อจากนี้
ผมมีเรื่องที่จะติดตามใน 6-12 เดือนข้างหน้า:
- รถรุ่นแรกที่ใช้แบตโซเดียมล้วนขายจริงในจีน — ถ้าเกิดขึ้นในกลุ่มราคาประหยัด (ต่ำกว่า 100,000 หยวน) นั่นคือสัญญาณว่าเทคโนโลยีนี้พร้อมสเกลจริง
- ราคา EV รุ่นเริ่มต้นของ BYD/MG ในไทยช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027 — จะเริ่มขยับลงหรือไม่
- ท่าทีของรัฐบาลไทยต่อนโยบาย EV3.5 — จะปรับโครงสร้างซับซิดีตามต้นทุนแบตเตอรี่โลกที่เปลี่ยนไปหรือไม่
ผมมองว่าเรื่องแบตเตอรี่คือสงครามที่แท้จริงเบื้องหลังสงครามราคารถ EV ทั้งหมด คนที่คุมต้นทุนแบตได้ก่อน จะคุมตลาดได้ก่อน
คำถามชวนคิด: ถ้า EV ราคาประหยัดในไทยถูกลงอีก 10-15% จากเทคโนโลยีแบตโซเดียมในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คุณจะรอซื้อรุ่นใหม่ หรือซื้อตอนนี้เลย? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

