← กลับหน้าข่าวล่าสุด

Denza N8L BEV เปิดตัวจริงในจีน 299,800 หยวน — SUV 6 ที่นั่งไฟฟ้าล้วน วิ่ง 960 กม. ชาร์จ 9 นาที ถูกกว่าปลั๊กอินไฮบริด 2 หมื่นหยวน

Denza เปิดราคาจริง N8L BEV ในจีน 299,800 หยวน SUV 6 ที่นั่งไฟฟ้าล้วน แบต 130 kWh วิ่ง 960 กม. ชาร์จ 9 นาที ถูกกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริด 2 หมื่นหยวน

Denza N8L BEV เอสยูวีไฟฟ้าล้วน 6 ที่นั่ง
เครดิตภาพ: Denza (via CarNewsChina)

Denza เปิดราคาขายจริง N8L เวอร์ชันไฟฟ้าล้วนแล้วในจีน เริ่มต้น 299,800 หยวน (~44,100 USD) รุ่นท็อป Flagship 329,800 หยวน มาพร้อมแบต Blade เจนสอง 130.15 kWh วิ่งไกล 960 กม. CLTC สถาปัตยกรรม 800V ชาร์จ 10-97% ใน 9 นาที — และที่ผมว่าน่าคิดที่สุดคือมันถูกกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริดในตระกูลเดียวกันถึง 20,000 หยวน

ผมพูดตรงๆ นะครับ — ตอน N8 เผยโฉมเมื่อต้นเดือน ผมยังเดาราคาอยู่ วันนี้ตัวเลขจริงมาแล้ว

จำได้ไหมครับ ต้นเดือนกันยายนผมเขียนถึง Denza N8 ตอนที่เพิ่งเผยโฉมภายใน ตอนนั้นราคายังไม่ออก ผมได้แต่ประเมินคร่าวๆ ว่าถ้าเข้าไทยน่าจะแตะ 2-3 ล้านบาท วันนี้ Denza เคาะราคาขายจริงของรุ่นน้อง N8L เวอร์ชัน BEV ในจีนออกมาแล้ว และมันทำให้ผมต้องนั่งคิดใหม่ทั้งกระดาน

ราคาเริ่มต้น 299,800 หยวน สำหรับรุ่นมาตรฐาน และ 329,800 หยวน สำหรับรุ่น Flagship — คิดเป็นเงินไทยแบบแปลงตรงจากราคาจีนราวๆ 1.4-1.5 ล้านบาท (ย้ำว่านี่คือแปลงจากราคาจีนตรงๆ ยังไม่ใช่ราคาขายจริงในไทยที่ต้องบวกภาษีนำเข้าและต้นทุน CBU)

ส่วนตัวผมมองว่าจุดที่ตลาดจีนจะพูดถึงมากที่สุดไม่ใช่ตัวเลขระยะทาง แต่คือการที่รุ่นไฟฟ้าล้วนถูกกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริด 2 หมื่นหยวน — สวนทางกับสัญชาตญาณคนซื้อทั่วไปที่คิดว่า EV ต้องแพงกว่า

ตัวถังใหญ่ระดับเรือธง — 5.2 เมตร 6 ที่นั่งแบบ 2+2+2

N8L วางตัวเป็นเอสยูวีไซส์ใหญ่เต็มพิกัด ยาว 5,200 มม. กว้าง 1,999 มม. สูง 1,820 มม. ฐานล้อ 3,075 มม. จัดที่นั่งแบบ 2+2+2 หกที่นั่ง เบาะแถวสองแยกอิสระ

ผมมองว่านี่คือไซส์ที่กำลังเหมาะกับตลาดครอบครัวไทยที่กำลังโตในกลุ่มเอสยูวีไฟฟ้า 6-7 ที่นั่ง — คู่แข่งตรงในไทยตอนนี้แทบไม่มีในระดับราคานี้ ที่ใกล้ที่สุดก็เป็นพวก Denza D9 (แต่นั่นเป็น MPV) กับ Zeekr 009 ที่ราคากระโดดไปอีกระดับ

จุดที่ผมชอบคือฟรังก์ไฟฟ้าด้านหน้าความจุ 208 ลิตร พร้อมวาล์วระบายน้ำ — ดีเทลเล็กๆ แบบนี้แหละที่บอกว่าวิศวกรคิดเรื่องการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่โชว์สเปก

ขุมพลัง — เปิดตัวด้วยมอเตอร์เดี่ยว 496 แรงม้า ขับหลัง

ตรงนี้คือจุดที่ผมอยากให้ทุกคนอ่านให้ละเอียด เพราะ N8L รุ่นที่เปิดขายตอนนี้เป็นมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) กำลัง 370 kW (496 แรงม้า) — ไม่ใช่รุ่นทรีมอเตอร์ 1,193 แรงม้าที่เคยมีข่าวลือในเอกสารจดทะเบียนก่อนหน้านี้

ผมมองว่านี่เป็นการวางหมากที่ฉลาด Denza เลือกปล่อยรุ่นขับหลังมอเตอร์เดี่ยวออกมาก่อนเพื่อกดราคาให้จับต้องได้ แล้วค่อยเก็บรุ่นแรงๆ ไว้ทำกำไรทีหลัง เหมือนที่เราเคยเห็นแบรนด์อื่นทำมาแล้ว ส่วนตัวมองว่าสำหรับ SUV ครอบครัวไซส์นี้ 496 แรงม้าก็เหลือเฟือแล้ว คนซื้อกลุ่มนี้ไม่ได้ต้องการ 0-100 ต่ำ 3 วินาที

แบต 130 kWh ใหญ่กว่า Mercedes EQS — วิ่ง 960 กม. ชาร์จ 9 นาที

หัวใจของ N8L คือแบตเตอรี่ Blade เจนสอง ความจุ 130.15 kWh ซึ่งใหญ่กว่าแบตของ Mercedes EQS 450+ เสียอีก ให้ระยะทาง 960 กม. ตามมาตรฐาน CLTC (778 กม. WLTP)

ต้องเตือนแบบที่ผมเตือนทุกครั้งนะครับ — CLTC เป็นมาตรฐานจีนที่วิ่งในเงื่อนไขอุดมคติ พอมาเจอความร้อน รถติด และแอร์เย็นๆ แบบเมืองไทย ตัวเลขจริงผมประเมินว่าจะเหลือราวๆ 700-750 กม. ซึ่งก็ยังถือว่าไกลมากอยู่ดี

จุดที่ผมยกนิ้วให้คือระบบชาร์จ 800V Flash Charging ชาร์จ 10-97% ใน 9 นาที — ตัวเลขระดับนี้ถ้าเป็นจริงในสนามจริง มันเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางไกลได้เลย แวะเข้าห้องน้ำซื้อกาแฟกลับมารถก็เกือบเต็มแล้ว แต่ย้ำว่าต้องมีหัวชาร์จ 800V ที่จ่ายกำลังได้ถึงจริง ซึ่งในไทยยังหายาก

น่าสนใจว่า N8L (960 กม.) วิ่งได้สั้นกว่ารุ่นพี่ N8 ที่ผมเคยเขียนถึง (1,003 กม. CLTC) ทั้งที่ใช้แบตก้อนเดียวกัน — ต่างกันที่แอโรไดนามิกและน้ำหนักตัวถัง

ภายในจัดเต็ม — 6 จอ, LiDAR, God's Eye 5.0 และ AI ตัวใหม่ "DiClaw"

ในห้องโดยสาร Denza จัดมาแบบไม่กั๊ก ระบบ 6 จอเชื่อมกัน (จอมาตรวัด, จอกลาง, จอความบันเทิงผู้โดยสารหน้า, จอแถวหลัง, AR-HUD และกระจกมองหลังแบบสตรีมมิ่ง)

ด้านระบบช่วยขับ มาพร้อม God's Eye 5.0 เซ็นเซอร์ครบ: LiDAR 1 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว, อัลตราโซนิก 12 ตัว, กล้อง 12 ตัว และเพิ่ม AI agent ตัวใหม่ชื่อ "DiClaw" ที่รับคำสั่งแบบหลายขั้นตอนต่อเนื่องได้

ผมมองว่าการยัด God's Eye 5.0 มาในรถระดับราคานี้คือแรงกดดันมหาศาลต่อคู่แข่ง เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน LiDAR + ADAS ระดับนี้ยังเป็นของรถ 3-4 ล้าน วันนี้มันลงมาอยู่ในรถ 1.5 ล้าน (ราคาจีน) แล้ว

สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล

  • รุ่นที่เปิดขายเป็นมอเตอร์เดี่ยวขับหลัง ไม่ใช่ทรีมอเตอร์ตัวแรงที่เคยเป็นข่าว คนที่รอตัว 1,193 แรงม้าต้องรอต่อ และยังไม่มีกำหนดชัดว่าจะมาเมื่อไหร่ ราคาเท่าไหร่
  • ตัวเลข 960 กม. คือ CLTC ไม่ใช่ WLTP หรือการใช้งานจริง อย่าเพิ่งเอาไปคูณกับแผนเดินทางจริงจนกว่าจะมีคนทดสอบในสภาพถนนจริง โดยเฉพาะอากาศร้อนแบบบ้านเรา
  • ราคานี้คือราคาจีน กว่าจะข้ามมาถึงไทยในรูปแบบ CBU บวกภาษีนำเข้า ต้นทุนโลจิสติกส์ และมาร์จิน ราคาจริงจะขยับขึ้นอีกมาก อย่าเพิ่งตั้งความหวังว่าจะได้ 1.5 ล้านในไทย

EDriv Inside

ผมมองว่าข่าวนี้สำคัญกับคนไทยมากกว่าที่เห็นบนตัวเลข เพราะ Denza มีโชว์รูมในไทยอยู่แล้ว และ D9 ก็ขายในบ้านเราที่ราว 1,999,900 - 2,699,900 บาท การที่ N8L เปิดราคาจีนที่ 299,800 หยวน (ถูกกว่า D9 ในจีนด้วยซ้ำ) เป็นสัญญาณว่าถ้าตัวนี้เข้าไทย มันจะไปวางในช่วงราคาที่แข่งกับ SUV ไฟฟ้า 6 ที่นั่งที่ตอนนี้ตลาดไทยยัง "ว่าง" อยู่

กรอบการตัดสินใจแบบผม:

  • เลือกรอ N8L ถ้าคุณ ต้องการ SUV ครอบครัว 6 ที่นั่งไฟฟ้าล้วน เน้นวิ่งไกล ชาร์จเร็ว และไว้ใจแบรนด์ที่มีศูนย์บริการในไทยแล้ว
  • เลือก D9 ถ้าคุณ อยากได้พื้นที่แบบ MPV ประตูสไลด์ และพร้อมซื้อได้เลยวันนี้ ไม่ต้องรอ
  • ข้ามไปก่อน ถ้าคุณ ต้องเดินทางไกลบ่อยในเส้นทางที่ยังไม่มีหัวชาร์จ 800V — เพราะจุดขายเรื่องชาร์จ 9 นาทีจะใช้ไม่ได้เต็มที่

ส่วนตัวมองว่าปีนี้ถึงปีหน้าคือช่วงที่สงครามเอสยูวีไฟฟ้า 6 ที่นั่งในไทยจะเริ่มดุ และ Denza N8L คือหนึ่งในตัวที่ผมจะจับตาที่สุด

ผมจะติดตามว่า Denza ประเทศไทยจะนำ N8L เข้ามาทำตลาดหรือไม่ และถ้าเข้า ราคาจะจบที่เท่าไหร่ ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมส่งมาคุยกันได้เลยครับ

คำถามชวนคิด: ถ้า N8L เข้าไทยที่ราคาราว 2 ล้านต้นๆ คุณจะเลือกมันหรือเลือก D9 ที่ขายอยู่แล้ว? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์

ที่มา: Denza (via CarNewsChina)
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ