← กลับหน้าข่าวล่าสุด

Denza Z Track Edition เปิดตัวที่ Goodwood — 1,582 แรงม้า, 0-100 ต่ำกว่า 2 วิ, จีนส่งไฮเปอร์คาร์ท้าชน Bugatti ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

Denza Z Track Edition ไฮเปอร์คาร์รุ่นแรกจาก BYD เปิดตัว global ที่ Goodwood 3 มอเตอร์รวม 1,582 แรงม้า 0-100 ต่ำกว่า 2 วิ ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.

Denza Z Track Edition 1,582 แรงม้า เปิดตัวที่ Goodwood Festival of Speed
เครดิตภาพ: CarNewsChina

Denza Z Track Edition — ไฮเปอร์คาร์รุ่นแรกจาก BYD Group — เปิดตัว global เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ที่งาน Goodwood Festival of Speed ประเทศอังกฤษ มาพร้อมระบบ 3 มอเตอร์รวม 1,180 kW (1,582 hp) ทำ 0-100 ในต่ำกว่า 2 วินาที ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. พร้อมช่วงล่างแม่เหล็ก DiSus-M, พวงมาลัย steer-by-wire และ God’s Eye 5.0 — ทั้งหมดบนแบตเตอรี่ LFP Blade 2.0

นี่คือช่วงเวลาที่วงการรถสปอร์ตยุโรปต้องหยุดฟัง

พูดกันตรงๆ — ผมติดตาม BYD มา 5-6 ปี และนี่คือวันที่ผมรอมาตลอด

BYD Group ผ่านแบรนด์ Denza (ร่วมทุนกับ Mercedes เดิม) ได้เปิดตัว Denza Z Track Edition — ไฮเปอร์คาร์ตัวแรกที่บริษัทจีนผลิตจริงและจะขายจริงในตลาดโลก และที่สำคัญกว่านั้น BYD เลือกจัดงานเปิดตัวที่ Goodwood Festival of Speed ประเทศอังกฤษ ไม่ใช่ที่จีน

Goodwood คือสิ่งที่เรียกว่า “hall of racing 100 ปี” — ที่ Ferrari, Lamborghini, Bugatti, Porsche เอารถใหม่ล่าสุดของตัวเองมาโชว์ทุกปี ปีนี้ BYD ผ่านแบรนด์ Denza ก็บอกวงการรถสปอร์ตทั้งโลกว่า “เรามาถึงแล้ว”

และตัวเลขที่พวกเขาเอามาโชว์คือ:

  • 1,582 แรงม้า จาก 3 มอเตอร์
  • ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.
  • 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 2 วินาที

ตัวเลขเหล่านี้เทียบกับ Bugatti Chiron (1,479 hp), Rimac Nevera (1,914 hp), Lotus Evija (1,972 hp) — Denza Z อยู่ในลีกเดียวกัน และนี่คือรถจีน

3 มอเตอร์ — 1 หน้า 2 หลัง ให้ล้อคู่หลังคุมทิศทาง

ระบบขับเคลื่อนของ Denza Z Track Edition มีดังนี้:

  • มอเตอร์หน้า 1 ตัว — 500 kW (670 hp)
  • มอเตอร์หลัง 2 ตัว — รวม 680 kW (912 hp) ควบคุมล้อซ้าย-ขวาแยกกัน
  • กำลังรวม 1,180 kW = 1,582 แรงม้า

ที่ผมชอบคือการวาง 2 มอเตอร์แยกที่ล้อหลัง (แต่ละล้อมีมอเตอร์ของตัวเอง) เพราะระบบนี้ทำให้รถสามารถ torque vectoring ได้แม่นยำระดับ millisecond ในการเลี้ยว ยิ่งความเร็วสูงเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบ

พวกเขาเรียกระบบนี้ว่า e3 (Yi San Fang) tri-motor vehicle control platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ BYD พัฒนาให้เฉพาะรุ่นเรือธง Yangwang U9 มาก่อน ตอนนี้ยกลงมาให้ Denza Z ใช้

แบตเตอรี่ LFP Blade 2.0 — ไฮเปอร์คาร์ตัวแรกในโลกที่ใช้ LFP

นี่คือสิ่งที่วงการต้องพูดถึง Blade Battery 2.0 เป็นแบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) — ปลอดภัยกว่า ทนความร้อนดีกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า แต่ความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า NCM/NCA (ที่ Tesla, Porsche, Rimac ใช้)

ตอนนี้ BYD กำลังบอกว่า “LFP ก็ทำไฮเปอร์คาร์ได้” ซึ่งถ้าทำได้จริง จะเป็นการเปลี่ยนกฎการเล่นในวงการทั้งหมด เพราะ:

  • LFP ต้นทุนต่ำกว่ามาก
  • LFP ปลอดภัยกว่ามาก (ไม่ค่อยลุกเป็นไฟ)
  • LFP รีไซเคิลง่ายกว่า

ถ้า Denza Z สามารถส่งกำลัง 1,582 hp ออกจาก LFP ได้ต่อเนื่องโดยไม่ overheat — Rimac / Lucid / Porsche จะต้องคิดใหม่ทั้งหมด

หมายเหตุ: ในการเปิดตัวครั้งนี้ BYD ยังไม่ประกาศตัวเลขความจุแบต (kWh) และระยะทางวิ่งอย่างเป็นทางการ

ช่วงล่างแม่เหล็ก + Steer-by-Wire — เทคโนโลยีที่ Tesla เพิ่งกล้าใส่ใน Cybertruck

ช่วงล่าง DiSus-M (Magnetorheological): ใช้ของเหลวแม่เหล็กในโช้ค เปลี่ยนความหนืดได้ 1,000 ครั้งต่อวินาที ระบบนี้เดิม Cadillac เรียกว่า MagneRide, Ferrari 458 ก็ใช้ ตอนนี้ Denza เอามาใส่พร้อม active road sensing (กล้องอ่านผิวถนนล่วงหน้า)

Steer-by-Wire (พวงมาลัยไฟฟ้าล้วน): ไม่มีคอลัมน์เชื่อมพวงมาลัยกับล้อ ทุกอย่างเป็นสัญญาณไฟฟ้า Toyota ทดสอบเทคโนโลยีนี้กับ Lexus LFA ตั้งแต่ 2013 แต่ยกเลิก, Tesla เพิ่งกล้าใส่ในรถผลิตจริงเป็นรุ่นแรกใน Cybertruck (2024) ส่วน BYD ตอนนี้เป็นเจ้าที่ 3 ในโลกที่ใส่ใน production car

God’s Eye (DiPilot) 5.0: ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2+ ของ BYD รุ่นล่าสุด รองรับการขับตามเส้นทางแบบ point-to-point ในเมือง (คล้าย Xpeng XNGP)

ตัวถัง 3 เวอร์ชัน — Convertible, Hard-Top, Track Edition

Convertible (เปิดประทุน): ยาว 4,780 มม. / กว้าง 1,990 มม. / สูง 1,350 มม. ระยะฐานล้อ 2,780 มม.

Hard-top Roadster: ต่ำกว่า Convertible 20 มม. (พื้นถูกยกลด)

Track Edition (เจ้าที่มาโชว์ที่ Goodwood): ยาว 4,870 มม. (ยาวกว่า Convertible 90 มม. เพราะ front splitter + rear diffuser) ล้อ 275/35R21 ด้านหน้า / 325/30R21 ด้านหลัง ปีกหลังใหญ่ ช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงหน้า ช่องระบายอากาศข้างประตู และ brake cooling ducts

ผมมองว่า Track Edition นี่แหละคือแผนกลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุด เพราะการเปิดตัวที่ Goodwood ทำให้สื่อยุโรปได้ทดสอบสมรรถนะจริงบน hill climb ทันที ไม่ต้องรอ

ทำไม BYD ถึงเปิดตัวที่อังกฤษ ไม่ใช่จีน?

นี่คือคำถามที่คนไทยหลายคนอาจสงสัย ตอบตรงๆ คือ BYD ต้องการ credibility ในตลาดพรีเมียมโลก

BYD ในตลาดจีนได้ยอดขายทั่วไปสูงเป็นอันดับ 1 แล้ว แต่ในตลาดพรีเมียมยุโรป (Porsche, Ferrari, Lamborghini) BYD ยังโดนมองว่าเป็น “แบรนด์รถบ้านๆ ราคาถูก”

การเปิดตัวไฮเปอร์คาร์ 1,582 hp ที่ Goodwood คือการซื้อบัตรผ่านเข้าสังคมพรีเมียมยุโรป ไม่ต่างจากตอน Hyundai ส่ง N Vision 74 ไปโชว์ที่ Munich หรือ Kia ส่ง EV6 GT ไปวิ่ง Nürburgring

Denza Z จะไม่ขายเยอะ (พรีเซลในตลาดต่างประเทศเริ่มที่ราว 184,800 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในจีนเริ่ม 100,300 ดอลลาร์) แต่มันจะทำให้เมื่อ Denza D9 หรือ N7 เข้าไทย คนจะมองเป็น “แบรนด์พรีเมียมจากผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์” ไม่ใช่ “รถจีนคันหนึ่ง” นี่คือ halo effect — เทคนิคเก่าที่ Ferrari กับ Porsche ใช้มาตลอด แต่ตอนนี้ BYD กำลังเลียนแบบ

จะเข้าไทยมั้ย? Nithi Take

ตอบตรงๆ: น่าจะไม่ในระยะสั้น เพราะ:

  • Denza Z ผลิตปริมาณน้อย น่าจะแค่ 500-1,000 คัน/ปีทั่วโลก
  • ราคาสูงระดับหลายล้านบาท ตลาดไทยเล็กเกินไป
  • ต้องผ่านมาตรฐาน EEC/EPA/UN R100 ใช้เวลาอย่างน้อย 12-18 เดือน

แต่ Denza D9 เรือธงกำลังบุกไทยอยู่แล้ว และผมคาดว่า Denza Z hard-top อาจเข้าไทยในปี 2027-2028 ในฐานะ halo car — น่าจะขาย 20-30 คัน/ปีในไทย (ตัวเลขนี้เป็นการประเมินเชิงบรรณาธิการของผมเอง)

ที่น่าสนใจกว่าคือ เทคโนโลยีในตัว Denza Z (steer-by-wire, DiSus-M, God’s Eye 5.0) จะค่อยๆ ไหลลงมายังรุ่นล่างของ Denza และ BYD ภายใน 2-3 ปี พูดง่ายๆ คือ BYD Seal รุ่นถัดๆ ไปในไทย จะได้เทคโนโลยีที่ Denza Z ใช้วันนี้

ยอดขาย Denza ในจีนกำลังโต

ตัวเลขที่ควรรู้เพื่อทำความเข้าใจแบรนด์:

  • พฤษภาคม 2026: Denza ส่งมอบ 15,620 คันในจีน
  • ธันวาคม 2025 (peak): 17,647 คัน
  • แบรนด์เติบโตต่อเนื่อง 12 เดือน

การที่ Denza มีฐานลูกค้าจีนแน่นอยู่ก่อน คือเหตุผลที่ BYD กล้าลงทุนสร้างไฮเปอร์คาร์ราคาแพงเพื่อส่งออก

Denza Z Track Edition เปิดตัวที่ Goodwood ไปแล้ว โดยตั้งราคาพรีเซลในตลาดต่างประเทศเริ่มที่ราว 184,800 ดอลลาร์สหรัฐ (ในจีนเริ่ม 100,300 ดอลลาร์) — ผมจะติดตามอัปเดตแผนการขายและความเป็นไปได้ในการเข้าไทยต่อไป

คำถามชวนคิด: ถ้า Denza Z Hard-top เข้าไทยที่ราคาหลายล้านบาท คุณจะเลือกซื้อคันนี้ หรือ Porsche Taycan Turbo S ในราคาเดียวกัน? หรือรอ Rimac Nevera? คอมเมนต์กันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์

ที่มา: CarNewsChina
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ