Chery Jaguar Land Rover (Chery-JLR) เตรียมเริ่มส่งมอบ Freelander 8 วันที่ 19 กันยายน 2569 — ปลุกชื่อรุ่น "Freelander" ที่ Land Rover เคยยกเลิกไปเมื่อปี 2014 ให้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบ EREV ขุมพลังรวม 818 แรงม้า (610 kW) 0-100 ใน 4.6 วินาที ราคาเปิดตัว 289,900-379,900 หยวน และเพิ่งทำยอดจองแบบมัดจำจริงทะลุ 5,000 คันภายใน 12 ชั่วโมง หลังเปิดตัวเมื่อ 3 ก.ย.
ผมพูดตรงๆ นะครับ — ชื่อ "Freelander" นี่มันมีความหมายกับคนที่โตมากับ SUV ยุค 2000 จริงๆ
ใครที่อายุใกล้ผมหรือมากกว่า คงจำ Land Rover Freelander ได้ — SUV ครอบครัวที่เคยขายดีทั่วโลกก่อนจะถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2014 พอมาวันนี้เห็นชื่อนี้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบรถไฟฟ้า EREV ที่ผลิตในจีนโดย Chery Jaguar Land Rover ผมยอมรับว่ามีอารมณ์ผสมทั้งตื่นเต้นและกังวลนิดๆ
ตื่นเต้นเพราะสเปกที่ออกมานั้นแรงเกินคาด แต่กังวลเพราะการปลุกชื่อรุ่นเก่ากลับมาแล้วทำได้ไม่ดีพอ มันเสี่ยงทำลายความทรงจำที่คนมีต่อชื่อนั้นได้เหมือนกัน — แต่จากตัวเลขที่เห็น ผมว่า Chery-JLR ทำการบ้านมาหนักจริง
Chery-JLR คือใคร — ทำไมชื่อ Land Rover ถึงมาโผล่ในรถจีน
จุดที่คนไทยหลายคนอาจงงคือทำไมรถจีนถึงมีชื่อ Land Rover เกี่ยวข้อง คำตอบคือ Chery Jaguar Land Rover เป็นบริษัทร่วมทุน (joint venture) ระหว่าง Chery ค่ายรถจีน กับ Jaguar Land Rover ของอังกฤษ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อผลิตรถแบรนด์ JLR ขายในตลาดจีนโดยเฉพาะมานานหลายปีแล้ว
Freelander 8 จึงไม่ใช่รถจีนก๊อปชื่อ แต่เป็นการใช้ชื่อ Freelander ที่ Chery-JLR ถือสิทธิ์อยู่จริง มาสร้างรถรุ่นใหม่ทั้งคัน — ผมมองว่านี่คือกลยุทธ์ที่ฉลาด เพราะแทนที่จะสร้างแบรนด์ใหม่จากศูนย์ ใช้ชื่อที่มีมรดกทางความรู้สึกอยู่แล้วดึงลูกค้าได้เร็วกว่า
ขุมพลัง EREV — เครื่องเบนซิน 1.5T + มอเตอร์คู่ 818 แรงม้า
Freelander 8 ใช้ระบบ EREV (Extended-Range EV) คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบทำหน้าที่ปั่นไฟเป็นหลัก จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังรวม 610 kW (818 แรงม้า) แรงบิด 813 นิวตันเมตร ทำ 0-100 กม./ชม. ใน 4.6 วินาที และระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. เพียง 35.7 เมตร
ตัวเลขระดับนี้ผมมองว่าแรงเกินความจำเป็นสำหรับ SUV ครอบครัวทั่วไปด้วยซ้ำ — แต่นี่แหละคือจุดขายของรถจีนยุคนี้ ใส่มาให้เต็มเพื่อดึงความสนใจ แม้คนซื้อจริงส่วนใหญ่จะไม่มีวันใช้แรงม้าขนาดนี้ในชีวิตประจำวันเลย
แบตเตอรี่ CATL ลิเธียมเทอร์นารี 60.3 kWh ให้ระยะวิ่งไฟฟ้าล้วน 310 กม. CLTC — พอสำหรับการใช้งานในเมืองส่วนใหญ่โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องยนต์เลย ส่วนสถาปัตยกรรม 800V ชาร์จ 20-80% ใน 12 นาที
ตัวถังจริงจัง — LiDAR หลังคา, Huawei ADS 5.0, โหมดออฟโรด 20 แบบ
ด้านขนาดตัวถัง ยาว 5,118 มม. กว้าง 2,050 มม. สูง 1,898 มม. ฐานล้อ 3,040 มม. — จัดอยู่ในกลุ่ม SUV ไซส์ใหญ่เต็มตัว
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่ SUV ครอบครัวธรรมดาคือระบบช่วยขับและออฟโรด: LiDAR ติดตั้งบนหลังคา ทำงานร่วมกับระบบขับขี่อัตโนมัติ Huawei Qiankun ADS 5.0 และมีโหมด i-ATS อัจฉริยะสำหรับภูมิประเทศต่างๆ ถึง 20 โหมด — สอดคล้องกับสายเลือด Land Rover ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถออฟโรด
เพิ่มด้วยล้อหลังเลี้ยวได้ ±10 องศา ทำให้วงเลี้ยวแคบเพียง 5.15 เมตร — เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนขับในเมืองที่ต้องกลับรถหรือจอดในที่แคบ ผมมองว่า SUV ไซส์ 5 เมตรที่เลี้ยววงแคบขนาดนี้ได้ถือว่าทำได้ดีทีเดียว
ภายในมาพร้อมจอพาโนรามาขนาด 46.3 นิ้ว และเบาะแถวสองแบบ zero-gravity คู่ — เน้นความหรูหราสบายไม่แพ้ SUV พรีเมียม
ราคาและยอดจอง — 5,000 คันใน 12 ชั่วโมง คือสัญญาณตลาดที่ชัดเจน
ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 289,900-379,900 หยวน (ราว 42,600-55,900 ดอลลาร์) และที่น่าทึ่งคือหลังเปิดตัวเมื่อ 3 กันยายน มียอดจองแบบมัดจำจริง (firm orders) ทะลุ 5,000 คันภายใน 12 ชั่วโมง
ผมมองว่าตัวเลขนี้สะท้อนว่าชื่อ Freelander ยังมีพลังทางการตลาดอยู่จริง ไม่ใช่แค่ของเก่าที่เอามาปัดฝุ่น และการที่ Chery-JLR กล้าตั้งราคาระดับนี้พร้อมสเปกจัดเต็มขนาดนี้ ก็เป็นการส่งสัญญาณชัดว่าพวกเขาจริงจังกับตลาด SUV ครอบครัวระดับกลาง-บนในจีน
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- นี่คือรถที่ผลิตและขายเฉพาะตลาดจีน ผ่าน Chery-JLR joint venture ยังไม่มีสัญญาณว่าจะส่งออกมาขายนอกจีน รวมถึงไทย ดังนั้นตอนนี้เป็นแค่ข่าวให้ติดตามเทรนด์ ไม่ใช่รถที่จะได้ซื้อเร็วๆ นี้
- ชื่อ Freelander ผูกกับความทรงจำเก่า ถ้าคุณภาพการประกอบหรือความน่าเชื่อถือระยะยาวไม่ได้มาตรฐาน อาจกระทบภาพลักษณ์ของชื่อรุ่นในระยะยาว ต้องรอรีวิวจากผู้ใช้จริงหลังส่งมอบ
- ตัวเลข 310 กม. ไฟฟ้าล้วนเป็น CLTC ระยะทางจริงในสภาพอากาศร้อนแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะลดลงกว่านี้พอสมควร แม้จะมีเครื่องยนต์สำรองก็ตาม
EDriv Inside
ผมมองว่าข่าวนี้น่าสนใจในมุม "เทรนด์" มากกว่ามุม "จะซื้อได้เมื่อไหร่" เพราะแม้ Land Rover จะมีตัวแทนจำหน่ายในไทยอยู่แล้ว แต่ Freelander 8 เป็นผลผลิตของ joint venture เฉพาะตลาดจีน ยังไม่มีเส้นทางชัดเจนที่จะเข้าไทย
สิ่งที่ผมอยากให้จับตาคือรูปแบบ EREV ที่ Freelander 8 ใช้ — เครื่องเบนซินปั่นไฟ + มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน — เพราะนี่คือสูตรที่ผมเห็นแบรนด์จีนหลายเจ้าเริ่มใช้มากขึ้นเรื่อยๆ (Xiaomi Skynomad ที่ผมเพิ่งเขียนถึงก็ใช้สูตรเดียวกัน) เพราะมันแก้ปัญหาความกังวลเรื่องระยะทางได้ดีกว่า BEV ล้วน ในขณะที่ยังได้ความรู้สึกขับแบบไฟฟ้าในเมือง
- สำหรับคนไทยที่ติดตามข่าว EV จีน: นี่คือตัวอย่างว่าการ "ปลุกชื่อเก่า" ผสมเทคโนโลยีใหม่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตในจีน จับตาดูว่าจะมีแบรนด์ตะวันตกอื่นๆ ทำแบบเดียวกันไหม
- สำหรับคนที่รอ Land Rover ไฟฟ้าในไทย: ตอนนี้ยังต้องรอ เพราะรุ่นที่ขายในไทยยังเป็นสายผลิตของ JLR อังกฤษ ไม่ใช่ joint venture จีนตัวนี้
ผมจะติดตามว่าหลังส่งมอบจริงวันที่ 19 ก.ย. รีวิวการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร และ Chery-JLR จะมีแผนส่งออกไปตลาดอื่นหรือไม่
คำถามชวนคิด: ถ้า Freelander 8 เข้าไทยได้จริง คุณจะซื้อเพราะชื่อ Land Rover หรือเพราะสเปก EREV 818 แรงม้า? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

