Geely เผยข้อมูล EX5 เวอร์ชันใหม่ผ่านเอกสารจดทะเบียน MIIT ก่อนเปิดตัวในจีนวันที่ 21 กันยายน มาพร้อมการเปลี่ยนครั้งใหญ่ — เปลี่ยนเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์เดี่ยว 245 กิโลวัตต์ (329 แรงม้า) แรงกว่ารุ่นเดิมถึง 114 แรงม้า เพิ่ม LiDAR บนหลังคาและช่องเก็บของด้านหน้า (frunk) — ที่น่าสนใจสำหรับคนไทยคือ EX5 คือรุ่นที่ Geely ใช้เปิดตลาดไทย
ผมพูดตรงๆ นะครับ — EX5 ใหม่คันนี้แทบเป็นคนละรถกับตัวที่ขายอยู่
พอเห็นชื่อ EX5 ผมเกือบคิดว่าเป็นแค่ไมเนอร์เชนจ์ตามปกติ แต่พอไล่สเปกในเอกสาร MIIT แล้วต้องอ่านซ้ำ เพราะ Geely เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของรถไปเลย — จากรถที่เน้นความคุ้มค่า กลายเป็นรถที่อัดสมรรถนะและเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะเข้ามาเต็มที่
การที่ Geely ยกเครื่อง EX5 ครั้งใหญ่ขนาดนี้ ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะยอดส่งมอบ EX5 รุ่นปัจจุบันในจีนช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 อยู่ที่ 40,776 คัน ลดลงถึง 45.9% เมื่อเทียบปีต่อปี — Geely จึงจำเป็นต้องปั้น EX5 ใหม่ให้แข่งขันได้อีกครั้ง
เปลี่ยนเป็นขับล้อหลัง 329 แรงม้า — แรงขึ้นเกือบเท่าตัว
จุดเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดคือ EX5 ใหม่เปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอเตอร์เดี่ยวรหัส TZ184QY301 ให้กำลัง 245 กิโลวัตต์ (329 แรงม้า) — แรงกว่ารุ่นปัจจุบันถึง 114 แรงม้า และดันความเร็วสูงสุดจาก 175 เป็น 201 กม./ชม.
ผมมองว่าการเปลี่ยนมาขับล้อหลังในรถระดับนี้เป็นการตัดสินใจที่กล้า เพราะปกติ SUV ไฟฟ้าราคาจับต้องได้มักเป็นขับล้อหน้าเพื่อประหยัดต้นทุนและพื้นที่ การใส่ RWD บวกแรงม้าระดับนี้ทำให้ EX5 ใหม่ขยับตัวเองขึ้นไปเล่นในกลุ่มที่เน้นการขับขี่มากขึ้น
ตัวถังยาว 4,636 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1,670 มม. ฐานล้อ 2,750 มม. — ยาวกว่ารุ่นเดิม 21 มม. ใช้แบตเตอรี่ LFP (ยังไม่เปิดเผยความจุ)
เพิ่ม LiDAR + ช่องเก็บของหน้า — เทคโนโลยีขยับขึ้นชั้น
EX5 ใหม่เพิ่มอุปกรณ์ที่เมื่อก่อนต้องเป็นรถแพงกว่านี้ถึงจะมี:
- LiDAR ติดตั้งบนหลังคา คู่กับระบบช่วยขับ G-ASD G-Pilot H5 รองรับ Navigate On Autopilot (NOA)
- มือจับประตูแบบซ่อนครึ่ง (semi-hidden)
- กล้องด้านข้างที่แก้มหน้า และกล้องเพิ่มในสปอยเลอร์หลังคา
- ย้ายช่องชาร์จจากแก้มหน้าไปด้านท้าย
- เพิ่มช่องเก็บของด้านหน้า (frunk) รองรับน้ำหนักได้ 50 กก. (ยังไม่เปิดเผยความจุเป็นลิตร — เทียบ Geely E2 รุ่นเล็กกว่าที่ให้ frunk 70 ลิตร)
ผมมองว่าการเพิ่ม LiDAR และ NOA ในรถระดับ EX5 คือสัญญาณว่าสงครามระบบช่วยขับในจีนกำลังไหลลงมาสู่รถราคาจับต้องได้เร็วกว่าที่คิด
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- ยังไม่เปิดราคาและความจุแบต เอกสาร MIIT บอกสเปกตัวถังและมอเตอร์ แต่ราคาและระยะทางวิ่งต้องรอวันเปิดตัว 21 กันยายน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดว่ารถจะคุ้มหรือไม่
- EX5 ใหม่อาจไม่ใช่รุ่นเดียวกับที่ขายในไทย Geely เปิดตลาดไทยด้วย EX5 ก็จริง แต่เวอร์ชันจีนใหม่ที่แรง 329 แรงม้าและมี LiDAR นี้เป็นสเปกที่สูงกว่ารุ่นไทยพอสมควร ยังไม่มีการยืนยันว่าไทยจะได้เวอร์ชันนี้เมื่อไหร่หรือในสเปกใด
- ยอดขายรุ่นเดิมที่ตกแรง การที่ยอดรุ่นปัจจุบันลด 45.9% แปลว่า EX5 ใหม่ต้องพิสูจน์ตัวเองหนักมากในตลาดจีนที่แข่งเดือด ก่อนที่ Geely จะกล้าส่งมาลุยตลาดส่งออกอย่างไทยเต็มตัว
EDriv Inside
ผมมองว่า EX5 ใหม่คือความพยายามของ Geely ที่จะกู้โมเมนตัมของรถรุ่นที่เคยเป็นความหวังในตลาดส่งออก และเป็นข่าวที่คนไทยควรจับตาเป็นพิเศษ เพราะ Geely เพิ่งตั้งหลักในไทยได้ไม่นาน
- ถ้า Geely ไทยนำเวอร์ชันใหม่นี้เข้ามา ในราคาที่สมเหตุสมผล มันจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม SUV ไฟฟ้าคอมแพกต์ที่มีทั้งแรงม้าและ LiDAR — สเปกที่คู่แข่งราคาเดียวกันหลายรุ่นยังไม่ให้
- แต่ถ้าไทยได้แค่เวอร์ชันสเปกต่ำกว่า เหมือนที่หลายแบรนด์จีนทำ ความน่าสนใจก็จะลดลงทันที
ผมจะติดตามราคาจริงของ EX5 ใหม่หลังเปิดตัว 21 กันยายน และดูว่า Geely ประเทศไทยจะขยับตามหรือไม่
คำถามชวนคิด: ถ้า Geely EX5 ใหม่ 329 แรงม้าพร้อม LiDAR เข้าไทยในราคาราว 1.1-1.3 ล้านบาท คุณจะเลือกมันแทน BYD Atto 3 หรือ MG ZS EV ไหม? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

