ข่าว EV และเทคโนโลยีจาก EDrivThailandPak Kret · Nonthaburi · Thailand
← กลับหน้าข่าวล่าสุด

ทุบสถิติ MG 07 จองทะลุ 31,000 คันใน 10 วัน วิ่งไกลสุด 845 กม. เริ่มต้น 5.4 แสนบาท

SAIC MG ส่งมอบ MG 07 แล้ว หลังยอดจองทะลุ 31,000 คันใน 10 วัน รุ่นท็อป 315 แรงม้า วิ่งไกลสุด 845 กม. ราคาเริ่มต้นเพียง 5.4 แสนบาท

MG 07 ซีดานไฟฟ้า/ไฮบริดใหม่ ยอดจอง 31,000 คันใน 10 วัน
เครดิตภาพ: CarNewsChina

SAIC MG เริ่มส่งมอบ MG 07 ซีดาน/ลิฟต์แบ็กรุ่นใหม่แล้วอย่างเป็นทางการ หลังยอดจองพุ่งทะลุ 31,000 คันภายใน 10 วันนับจากเปิดตัว — รุ่นท็อปแรงม้าทะลุ 315 ตัว วิ่งไกลสุด 845 กม. (CLTC) ราคาเริ่มต้นเพียง 108,900 หยวน หรือราว 5.4 แสนบาท

ตัวเลข “1 นาที 57 วินาที” ทำให้ผมวางกาแฟลงทันที

ผมอ่านตัวเลขนี้ซ้ำสองรอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้อ่านผิด: MG 07 ปิดยอดจอง 10,000 คันแรกภายใน 1 นาที 57 วินาทีหลังเปิดตัววันที่ 21 สิงหาคม แล้วภายใน 10 วันยอดจองสะสมพุ่งไปแตะ 31,000 คัน นี่ไม่ใช่ตัวเลขการันตีที่แบรนด์ปั้นขึ้นมาเอง แต่เป็นยอด “จองจริง” (firm orders) ที่ SAIC MG แถลงเองพร้อมกราฟิกประกอบ

ปรากฏการณ์แบบนี้ผมนึกถึงตอน Xiaomi SU7 เปิดตัวเมื่อปีก่อน ที่ยอดจองแตกภายในไม่กี่นาทีจนเซิร์ฟเวอร์แทบล่มเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ SU7 เป็นซีดานสปอร์ตที่ Xiaomi ปั้นภาพลักษณ์มาเต็มที่ ส่วน MG 07 เป็นซีดานตระกูลลิฟต์แบ็กที่เพิ่งเปิดตัวสเปกโซลิดสเตตไปเมื่อเดือนกรกฎาคม — แปลว่าตลาดจีนไม่ได้ซื้อแค่กระแส แต่ซื้อเพราะสเปกและราคาที่จับต้องได้จริง

ตัวถังยาวกว่ารถระดับ D-Segment ทั่วไป แต่ราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง

MG 07 มีความยาวตัวถัง 4,886 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,478 มม. ฐานล้อยาว 2,825 มม. — ตัวเลขระดับซีดานใหญ่ในกลุ่ม D-Segment แต่ราคาเริ่มต้นกลับอยู่ในระดับ C-Segment

จุดที่ผมมองว่าเป็นหมัดเด็ดด้านดีไซน์คือประตูไร้กรอบ (frameless doors) สปอยเลอร์ไฟฟ้าท้ายรถแบบ 5 สเตจที่ปรับมุมเองได้ตามความเร็ว ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และความจุห้องเก็บของสองจุด — เฟรังก์หน้า 168 ลิตร และท้ายรถ 697 ลิตร ซึ่งมากพอสำหรับกระเป๋าเดินทางครอบครัว 4 คนแบบสบายๆ

ขุมพลังสองสาย — เลือกฮีโร่ของคุณเอง: ปลั๊กอินไฮบริด หรือไฟฟ้าล้วน 800V

นี่คือจุดที่ผมมองว่า SAIC เล่นเกมฉลาด: ปล่อย MG 07 ออกมาพร้อมกัน 2 ขุมพลังในตัวถังเดียว ให้ลูกค้าเลือกเองแทนที่จะบังคับ

รุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV) วางบนแพลตฟอร์ม 800V มอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวรติดหน้า ให้กำลังสองระดับคือ 176 kW (236 แรงม้า) แรงบิด 300 นิวตันเมตร หรือรุ่นแรงกว่าที่ 235 kW (315 แรงม้า) แรงบิด 350 นิวตันเมตร

รุ่นปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 82 kW (110 แรงม้า) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 152 kW (204 แรงม้า) — วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 245 กม. (CLTC) ก่อนที่เครื่องยนต์จะเข้ามาทำงาน และกินน้ำมันเฉลี่ยเพียง 2.91 ลิตร/100 กม. เมื่อแบตหมด

แบตใหญ่สุด 91 kWh วิ่งได้ 845 กม. (CLTC) — แต่ตัวเลขนี้มีข้อแม้

รุ่น BEV มีแบตเตอรี่ให้เลือก 67 kWh หรือ 91 kWh ให้ระยะทางวิ่ง 610 กม., 650 กม. หรือสูงสุด 845 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน ส่วนรุ่น PHEV วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 245 กม. และวิ่งรวมได้ไกลสุดถึง 1,745 กม. เมื่อรวมถังน้ำมัน

ผมต้องเตือนตรงนี้เหมือนทุกครั้ง: ตัวเลข CLTC ของจีนมักสูงกว่าการใช้งานจริงในไทยราว 15-20% เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นบ้านเรากดดันแอร์และแบตหนักกว่าห้องทดสอบจีนมาก ดังนั้น 845 กม. ในทางปฏิบัติบนถนนไทยน่าจะอยู่แถว 680-720 กม. — ซึ่งถึงจะหักลบแล้วก็ยังถือว่าไกลกว่า EV ส่วนใหญ่ในตลาดไทยตอนนี้อยู่ดี

เก้าอี้ Zero-Gravity แบบรถหรูหลักล้าน มาในราคาซีดานทั่วไป

ฟีเจอร์ที่ทำให้ผมยิ้มทั้งวันคือเบาะ “zero-gravity queen seats” ในรุ่นสูง ที่มาพร้อมระบบระบายอากาศ ทำความร้อน และนวดในตัว — ฟีเจอร์ที่ปกติเราเจอในรถระดับ Mercedes S-Class หรือรถหรูราคาหลักห้าล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น แถมยังใส่ลำโพง 21 ตัวระบบ 7.1.4 surround sound และตู้เย็นสองโซนความจุ 30 ลิตรมาให้ในราคาที่เทียบเท่าซีดานทั่วไปของบ้านเรา

ด้านระบบช่วยขับใช้ชุดอัจฉริยะ Momenta R7 รองรับระบบนำทางอัตโนมัติ NOA ทั้งในเมืองและทางด่วน มีระบบช่วยจอด 9 รูปแบบสถานการณ์ และฟังก์ชันความปลอดภัยเชิงรุกรวม 25 รายการ — SAIC กำลังวัดรอยเท้ากับ Tesla FSD ตรงๆ ในเรื่องระบบช่วยขับระดับกลาง

ราคาจริงทั้ง 7 รุ่นย่อยในจีน (เทียบเป็นเงินบาทคร่าวๆ)

MG เปิดราคา MG 07 ทั้งหมด 7 รุ่นย่อย ตั้งแต่ 108,900-159,900 หยวน (ราว 16,000-23,500 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยรุ่นเริ่มต้นถูกกว่า Xiaomi SU7 เกือบครึ่งราคา

รุ่นย่อยราคา (หยวน)ราคาโดยประมาณ (บาท, ไม่รวมภาษีนำเข้า)
Hybrid 245 Comfort108,900~544,500
Hybrid 245 LiDAR118,900~594,500
EV 650 Comfort116,900~584,500
EV 610 LiDAR126,900~634,500
EV 610 Flagship136,900~684,500
EV 845 LiDAR149,900~749,500
EV 845 Flagship159,900~799,500

(ตัวเลขบาทคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคร่าวๆ หยวน×5 ยังไม่รวมภาษีนำเข้า — ราคาจริงเมื่อเข้าไทยจะสูงกว่านี้ ดูรายละเอียดในหัวข้อ EDriv Inside ด้านล่าง)

สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล

ผมชอบตัวเลขที่ SAIC โชว์ แต่ก็ต้องพูดตรงๆ ว่ามี 3 จุดที่ผมยังกังวลอยู่:

  • ยอดจองไม่เท่ายอดส่งมอบจริง ตลาดจีนมีประวัติที่ยอด “firm order” ช่วงเปิดตัวถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนใจได้สูงถึง 20-30% ในบางรุ่น ต้องรอดูตัวเลขส่งมอบจริงในอีก 2-3 เดือนถึงจะฟันธงได้ว่า 31,000 คันนี้แปลงเป็นยอดขายจริงกี่เปอร์เซ็นต์
  • ตัวเลข CLTC 845 กม. มีดอกจันแอบซ่อนอยู่ อย่างที่บอกไปข้างต้น อากาศร้อนชื้นแบบไทยกดระยะทางจริงลงได้ 15-20% เสมอ ใครหวังจะวิ่ง 845 กม. เป๊ะๆ บนถนนไทยคงต้องปรับความคาดหวังใหม่
  • ยังไม่มีไทม์ไลน์เข้าไทยที่ชัดเจน MG ไทยมีโรงงานที่ชลบุรีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ยืนยันว่า MG 07 จะประกอบในประเทศหรือนำเข้าทั้งคัน (CBU) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดราคาขายจริงมากกว่าตัวเลขจากจีนเสียอีก

EDriv Inside

ผมมองว่า MG 07 คือไพ่ใบสำคัญที่สุดของ MG ในรอบปีนี้ และนี่คือมุมมองของผมต่อโอกาสในไทย:

ราคาที่คาดการณ์: ถ้าคำนวณแบบหยวน×5 บวกภาษีนำเข้าและอากรราว 30-40% (กรณีนำเข้า CBU ช่วงแรก) รุ่นเริ่มต้น Hybrid 245 Comfort น่าจะอยู่ราว 7-7.6 แสนบาท ส่วนรุ่นท็อป EV 845 Flagship น่าจะขยับไปแตะ 1-1.1 ล้านบาท แต่ถ้า MG ตัดสินใจประกอบในไทยที่โรงงานชลบุรีเหมือน MG4 และ ZS EV ราคาทั้งช่วงมีโอกาสลงมาต่ำกว่านี้ได้อีก

คู่แข่งในไทย: รุ่น Hybrid จะไปชนตรงกับ Toyota Camry Hybrid และ Honda Accord e:HEV ในกลุ่มซีดานไฮบริดพรีเมียม ส่วนรุ่น EV โดยเฉพาะ 845 กม. จะเป็นคู่แข่งตัวจริงของ BYD Seal ที่ครองตลาดซีดานไฟฟ้ากลุ่มนี้อยู่ตอนนี้

กรอบการตัดสินใจ:

  • เลือกรุ่น Hybrid ถ้าคุณยังไม่มั่นใจเรื่องสถานีชาร์จต่างจังหวัด แต่อยากได้ฟีเจอร์หรูระดับพรีเมียมในงบซีดานทั่วไป
  • เลือกรุ่น EV 845 ถ้าคุณขับทางไกลบ่อย และมั่นใจว่าระยะทางจริงราว 700 กม. เพียงพอต่อการใช้งาน

ด้วยเครือข่ายดีลเลอร์ MG ที่มีมากกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ — มากที่สุดในบรรดาแบรนด์จีนที่ขายในไทย — และสถิติที่ MG เพิ่งทำได้คือยอดขายสะสมทะลุ 1 ล้านคันในยุโรปและอังกฤษเมื่อกุมภาพันธ์ปีนี้ (แบรนด์จีนรายแรกที่ทำได้ในตลาดนั้น) ผมมองว่าความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไม่ใช่ปัญหาแล้วสำหรับคนไทย ที่เหลือคือรอดูว่า MG ไทยจะตั้งราคาแบบ “ทุบตลาด” เหมือนที่ทำกับ MG4 หรือไม่

เตรียมพบกับ MG 07 ในไทยช่วงต้นถึงกลางปี 2570!

คำถามชวนคิด: ถ้า MG 07 เข้าไทยที่ราคาราว 7-8 แสนบาท (รุ่น Hybrid) คุณจะเปลี่ยนจาก Toyota Camry หรือ Honda Accord ไปหามั้ย? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!

ที่มา: CarNewsChina
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ