← กลับหน้าข่าวล่าสุด

Xiaomi Skynomad เริ่มส่งมอบแล้ว! SUV ระบบ EREV วิ่งรวมสูงสุด 1,705 กม. ราคาเริ่ม 2.1 แสนหยวน — Lei Jun ลงมือส่งมอบเอง

Xiaomi เริ่มส่งมอบ Skynomad เอสยูวี EREV ใน 75 เมืองทั่วจีน วิ่งไฟฟ้าล้วนสูงสุด 505 กม. วิ่งรวม 1,705 กม. ราคา 209,900-299,900 หยวน Lei Jun ส่งมอบเอง

Xiaomi Skynomad เอสยูวีระบบ EREV ดีไซน์ภายนอก
เครดิตภาพ: Xiaomi (via CarNewsChina)

Xiaomi เริ่มส่งมอบ Skynomad เอสยูวีระบบ EREV (เครื่องยนต์ปั่นไฟ + มอเตอร์ไฟฟ้า) รุ่นแรกของแบรนด์เมื่อวันที่ 13 กันยายน ใน 75 เมืองทั่วจีน โดย Lei Jun ซีอีโอลงมาส่งมอบกุญแจเองที่เซี่ยงไฮ้และสวีโจว ราคา 209,900-299,900 หยวน (ราว 1.05-1.5 ล้านบาท) วิ่งไฟฟ้าล้วนสูงสุด 505 กม. CLTC และวิ่งรวม (แบต+น้ำมัน) สูงสุดถึง 1,705 กม. ชาร์จเร็ว 20-80% ใน 18 นาที

ผมพูดตรงๆ นะครับ — คันนี้ตอบโจทย์ “กลัวหาที่ชาร์จไม่เจอ” ได้ตรงจุดที่สุด

Xiaomi สร้างกระแสมาตั้งแต่ SU7 ซีดานสปอร์ตที่ยอดจองแตกเมื่อปีก่อน แต่คราวนี้ผมสนใจ Skynomad เป็นพิเศษ เพราะมันไม่ใช่รถไฟฟ้าล้วน แต่เป็น EREV — ย่อจาก Extended-Range Electric Vehicle หรือรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าตลอดเวลา แต่มีเครื่องยนต์เล็กๆ ทำหน้าที่ “ปั่นไฟ” ชาร์จแบตให้เมื่อไฟใกล้หมด

ทำไมผมถึงมองว่าเรื่องนี้สำคัญกับคนไทย? เพราะข้อกังวลอันดับหนึ่งของคนที่ลังเลจะซื้อ EV ในบ้านเราคือ “ขับทางไกลแล้วจะหาที่ชาร์จเจอไหม” — EREV ตอบโจทย์นี้ตรงๆ เพราะเมื่อแบตหมด เครื่องยนต์จะปั่นไฟให้วิ่งต่อได้ เหมือนรถน้ำมันทั่วไป ไม่ต้องยืนรอชาร์จ นี่คือเทคโนโลยีเดียวกับที่ทำให้ Li Auto ขายดีถล่มทลายในจีน

EREV คืออะไร และ Skynomad ทำได้ดีแค่ไหน

Skynomad ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ กำลัง 112 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) จาก Harbin Dongan ทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟ (range extender) ล้วนๆ ไม่ได้ต่อเข้าล้อโดยตรง จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน

ระยะทางแยกเป็น 2 ส่วนที่ต้องเข้าใจ:

  • วิ่งไฟฟ้าล้วน (ชาร์จอย่างเดียว): 351-505 กม. CLTC แล้วแต่รุ่น
  • วิ่งรวม (แบตเต็ม + น้ำมันเต็มถัง): 1,351-1,705 กม.

ผมมองว่าตัวเลขวิ่งไฟฟ้าล้วน 505 กม. คือจุดที่ฉลาด เพราะมันมากพอให้ใช้ในเมืองแบบ EV จริงๆ ได้เกือบทั้งสัปดาห์โดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์เลย แล้วค่อยพึ่งเครื่องปั่นไฟเฉพาะตอนขับทางไกล — ได้ประโยชน์ทั้งสองโลก

สองขนาดตัวถัง — N70 5 ที่นั่ง และ N90 7 ที่นั่ง

Skynomad มี 2 บอดี้:

  • N70: ยาว 4,960 มม. ฐานล้อ 2,950 มม. 5 ที่นั่ง
  • N90: ยาว 5,285 มม. ฐานล้อ 3,080 มม. 7 ที่นั่ง เคลมว่าจัดพื้นที่ได้ 11 รูปแบบ

ขุมพลังมีให้เลือกตั้งแต่มอเตอร์เดี่ยวขับหน้า 210 กิโลวัตต์ (281 แรงม้า) ในรุ่น N70 Pro ไปจนถึงมอเตอร์คู่ขับสี่ล้อ 310 กิโลวัตต์ (416 แรงม้า) ในรุ่นสูง แบต LFP มี 52 kWh (จาก Sunwoda) และ 76 kWh (จาก CALB) แล้วแต่รุ่น ชาร์จเร็ว 20-80% ใน 18 นาที

ออพชันจัดเต็ม — เบาะหมุน 180 องศา ตู้เย็น 9 ลิตร ถึงเต็นท์ป๊อปอัป

จุดที่ Xiaomi เล่นใหญ่คือของเล่นในห้องโดยสาร:

  • LiDAR บนหลังคา ระบบช่วยขับ L2 Navigate on Autopilot บนชิป Nvidia Thor-U 700 TOPS
  • เบาะหน้าหมุนได้ 180 องศา เบาะหลังปรับเอน 135 องศา
  • คอนโซลกลางแบบเดินทะลุได้ (walk-through) และตู้เย็นคอมเพรสเซอร์ 9 ลิตรบนรางเลื่อน
  • รุ่น N90 Explorer Edition มีเต็นท์ป๊อปอัปไฟฟ้าในตัว
  • ช่วงล่างถุงลมทุกรุ่นยกเว้น N70 Pro

ผมมองว่า Skynomad วางตัวเป็น “รถครอบครัวสายแคมป์” ชัดเจน — เบาะหมุน ตู้เย็น เต็นท์ ทุกอย่างชี้ไปทางไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังโตทั้งในจีนและไทย

สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล

  • Xiaomi ยังไม่ขายรถในไทย แบรนด์คุ้นเคยจากมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าจะนำรถเข้าไทยเมื่อไหร่ ข่าวนี้จึงเป็นการดูเทรนด์มากกว่าตัวเลือกที่ซื้อได้จริงตอนนี้
  • EREV ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย คนไทยส่วนใหญ่ยังแยกไม่ออกระหว่าง EREV, PHEV และ HEV ถ้าเข้ามาจริงต้องมีการให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาทั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์ปั่นไฟควบคู่กัน
  • ตัวเลข CLTC กับการใช้งานจริง เหมือนทุกครั้ง ระยะไฟฟ้าล้วน 505 กม. คือค่าทดสอบจีน ของจริงบนถนนไทยที่ร้อนและรถติดน่าจะลดลง แต่ข้อดีของ EREV คือถึงแบตลด ก็ยังมีเครื่องปั่นไฟช่วย ไม่ถึงกับจอดแช่

EDriv Inside

ผมมองว่า Skynomad สะท้อนเทรนด์ที่กำลังมาแรงในจีน — EREV กำลังเป็นทางเลือกที่คนซื้อจริงเลือกมากขึ้น เพราะแก้ปัญหาความกังวลเรื่องชาร์จได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ

  • สำหรับตลาดไทย ผมมองว่า EREV คือเทคโนโลยีที่เหมาะกับบ้านเรามากในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะสถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุมทุกเส้นทางต่างจังหวัด ถ้าแบรนด์จีนเริ่มนำ EREV เข้ามาจริงจัง (ตอนนี้มีแค่บางรุ่นอย่าง Deepal, Leapmotor) น่าจะได้รับความสนใจไม่น้อย
  • สำหรับคนที่ตามกระแส Xiaomi ข่าวนี้ยืนยันว่า Xiaomi เอาจริงกับตลาดรถ ไม่ได้ทำแค่ SU7 คันเดียวเป็นกระแส — และวันหนึ่งถ้าเข้าไทย แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้วอาจเขย่าตลาดได้แรง

ผมจะติดตามว่า Xiaomi จะประกาศแผนตลาดต่างประเทศเมื่อไหร่ และ EREV จากค่ายจีนรายไหนจะเข้าไทยเป็นรายต่อไป

คำถามชวนคิด: ถ้ามี EREV ที่วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 500 กม. และมีเครื่องปั่นไฟสำรองเข้าไทยในราคาราว 1.5-1.8 ล้านบาท คุณจะเลือกมันแทน EV ไฟฟ้าล้วนไหม? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ ผมอ่านทุกคอมเมนต์

ที่มา: Xiaomi (via CarNewsChina)
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ