BYD ทดสอบรถต้นแบบ "Great Seagull" แฮทช์แบ็กไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่วางตำแหน่งอยู่ระหว่าง Seagull กับ Dolphin ฐานล้อยาวขึ้น 150 มม. เป็น 2,650 มม. พร้อม LiDAR บนหลังคารองรับระบบขับช่วย God's Eye B — ของเล่นระดับพรีเมียมที่ปกติไม่มีในรถราคาประหยัด
รถเล็กของ BYD อาจได้ LiDAR
LiDAR มักพบในรถรุ่นกลางถึงรุ่นบน แต่รถต้นแบบคันนี้แสดงให้เห็นว่า BYD อาจนำเทคโนโลยีดังกล่าวลงสู่รถขนาดเล็กกว่า Dolphin ด้วย แนวทางนี้สะท้อนการแข่งขันด้านระบบขับช่วยในตลาดรถจีนที่ขยายมาถึงกลุ่มซิตี้คาร์
ชื่อ "Great Seagull" (ยังไม่ใช่ชื่อทางการสุดท้าย) บ่งบอกว่านี่คือ Seagull เวอร์ชันอัปเกรด ไม่ใช่รุ่นแทนที่ — วางตำแหน่งเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่า Dolphin แต่ฟีเจอร์จัดเต็มกว่า Seagull ตัวปัจจุบัน
ตัวถังใหญ่ขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น 150 มม.
ตัวถังยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,570 มม. ฐานล้อยาวถึง 2,650 มม. — ยาวกว่า Seagull รุ่นปัจจุบัน 150 มม. ขนาดตัวถังโดยรวมใกล้เคียงกับ BYD Dolphin มากกว่า Seagull เดิม
ฐานล้อที่ยาวขึ้นมีแนวโน้มช่วยเพิ่มพื้นที่เบาะหลังและห้องเก็บสัมภาระเมื่อเทียบกับ Seagull รุ่นปัจจุบัน
มอเตอร์ 127 แรงม้า แบตเตอรี่ LFP สองขนาด
ขุมพลังมอเตอร์แม่เหล็กถาวรซิงโครนัส 95 kW (127 แรงม้า) ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. — ไม่ใช่รถแรง แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้แรงตั้งแต่แรก เพราะเป็นรถซิตี้คาร์
แบตเตอรี่ LFP จาก FinDreams (บริษัทลูกของ BYD เอง) มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 30 kWh และ 39.2 kWh วิ่งได้ไกล 320-420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC หรือ 259-340 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ที่เข้มงวดกว่า
ระยะทางดังกล่าวเหมาะกับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก โดยตัวเลข CLTC มักสูงกว่าระยะใช้งานจริงและมาตรฐาน WLTP
LiDAR บนหลังคา รองรับ God's Eye B เต็มระบบ
จุดขายหลักคือ LiDAR ที่ติดตั้งบนหลังคา ทำงานร่วมกับระบบขับช่วย God's Eye B (DiPilot 300) รองรับทั้งการนำทางอัตโนมัติบนทางด่วนและในเมือง จอดรถอัตโนมัติ และเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ
หากสเปกนี้เข้าสู่รุ่นผลิตจริง Great Seagull จะเป็นตัวอย่างของการนำระบบขับช่วยระดับสูงมาสู่กลุ่มรถซิตี้คาร์ โดยรายละเอียดการทำงานจริงยังต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่ทำให้ผมยังลังเล
- ยังไม่มีราคาทางการของ Great Seagull เอง ตัวเลข 69,800 หยวนที่หลายคนอ้างอิงเป็นราคาของ Seagull รุ่นปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาของรุ่นใหม่นี้ ต้องรอประกาศจริงก่อนเชื่อตัวเลขราคา
- ยังเป็นรถทดสอบ ไม่ใช่รถผลิตจริง บทความต้นทางระบุว่า "หลุดทดสอบ" เท่านั้น สเปกและฟีเจอร์อาจเปลี่ยนแปลงก่อนเปิดตัวจริง
- ยังไม่มีกำหนดวันเปิดตัวที่ชัดเจน ระบุแค่ "คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2026" ซึ่งกว้างเกินไปที่จะวางแผนซื้อได้
EDriv Inside
ข่าวนี้สะท้อนแนวโน้มที่ระบบขับช่วยระดับสูงอาจไม่จำกัดอยู่ในรถราคาแพงอีกต่อไป อย่างไรก็ดี BYD ยังไม่ประกาศชื่อรุ่นสุดท้าย ราคา หรือกำหนดเปิดตัว จึงไม่ควรนำราคา Seagull รุ่นปัจจุบันมาใช้อ้างอิงเป็นราคาของรถคันนี้
BYD Thailand ยังไม่ประกาศแผนทำตลาดรุ่นนี้ในไทย
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

