Geely เปิดตัวเทคโนโลยี Geely Smart Charge ที่ระบุกำลังสูงสุดของสถานีชาร์จไว้ที่ 2,250 กิโลวัตต์ต่อหัวชาร์จ พร้อมระบบจัดการความร้อนด้วย AI และแผนติดตั้งหัวชาร์จ Smart Charge มากกว่า 50,000 หัวในจีนภายในปี 2570
Geely Smart Charge และกำลังของสถานี
กำลัง 2,250 กิโลวัตต์เป็นความสามารถสูงสุดของสถานีชาร์จ ไม่ใช่กำลังที่รถทุกคันรับได้ ปัจจุบัน Lynk & Co 10 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่รองรับระบบนี้ ทำสถิติรับกำลังชาร์จสูงสุด 1,093 กิโลวัตต์ และชาร์จจาก 10–70% ใน 4 นาที 30 วินาทีตามข้อมูลของ Geely
ผมติดตามสงครามตัวเลขในวงการ EV จีนมาหลายปี จากสงครามแรงม้า สงครามระยะทาง มาจนถึงตอนนี้คือสงครามความเร็วในการชาร์จ และรอบนี้ Geely เดินเกมแรงมาก ประกาศระบบ Geely Smart Charge ที่งาน Geely Safety Center เมืองหนิงโป เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 2,250 กิโลวัตต์ต่อหัวชาร์จเดียว หรือ 2.2 เมกะวัตต์ ซึ่งแรงกว่าระบบแฟลชชาร์จ 2.0 ของ BYD ที่ทำได้ 1.5 เมกะวัตต์อยู่ราว 50%
ผมมองว่านี่คือช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมรถ EV จีนเข้าสู่เฟสใหม่จริงๆ — จากที่เคยแข่งกันว่าใครวิ่งไกลกว่า ตอนนี้กลายเป็นใครเติมไฟเร็วกว่า และผู้เล่นหลักอย่าง BYD, Geely, Xpeng กำลังไล่บี้กันแบบไม่มีใครยอมใคร
กำลังชาร์จที่รถรองรับ

ตัวเลข 2,250 กิโลวัตต์คือกำลังสูงสุดที่ตัวสถานีชาร์จทำได้ แต่รถที่รับไฟได้จริงตอนนี้คือ Lynk & Co 10 ซึ่งทำสถิติชาร์จได้สูงสุด 1,093 กิโลวัตต์ ผลลัพธ์คือชาร์จจาก 10-70% ใช้เวลาเพียง 4 นาที 30 วินาที และ 10-97% ใช้เวลา 8 นาที 40 วินาที
ผมขอชี้ให้เห็นจุดสำคัญตรงนี้ — ตัวเลขสถานี 2.2 เมกะวัตต์เป็นตัวเลขการตลาดที่สวยงาม แต่รถที่ดึงไฟได้จริงยังทำได้แค่ครึ่งเดียวของสเปกสถานี ส่วนตัวมองว่านี่ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง แต่เป็นธรรมชาติของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ต้องพัฒนาคู่ขนานกับโครงสร้างพื้นฐาน เหมือนตอนที่ USB-C เจนแรกออกมาแต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ยังรับไฟเต็มสเปกไม่ได้ ต้องรออีกหลายปีกว่าอุปกรณ์จะตามทัน
ระบบจัดการความร้อนแบตเตอรี่
สิ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจกว่าตัวเลขกิโลวัตต์คือระบบ AI ที่ชื่อ "Xingrui PowerMind" ซึ่งเป็นโมเดลพลังงานขนาดใหญ่ของ Geely ทำหน้าที่ 3 อย่างคือ Extreme Charge (ชาร์จเร็วสุด) Smart Charge (ปรับสมดุลความเร็วกับอายุแบต) และ Auto Charge (ปรับกำลังไฟแบบไดนามิกอัตโนมัติ) ระบบนี้มีอัลกอริทึมพยากรณ์อุณหภูมิแบตเตอรี่ล่วงหน้า 30 วินาที ควบคุมให้อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 55°C ตลอด 57% ของเวลาชาร์จ และไม่ให้อุณหภูมิสูงสุดเกิน 64°C
ผมมองว่านี่คือหัวใจจริงของเทคโนโลยีนี้ เพราะการชาร์จเร็วระดับเมกะวัตต์โดยไม่มีระบบจัดการความร้อนที่ดีพอ คือสูตรสำเร็จของแบตเตอรี่เสื่อมไวและเสี่ยงอันตราย Geely อ้างว่าระบบนี้รักษาประสิทธิภาพแบตได้ถึง 3,500 รอบชาร์จ-คายประจุโดยเสื่อมสภาพน้อย ถ้าเป็นจริงตามนั้น นี่คือคำตอบของคำถามที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดจากคนอ่าน — "ชาร์จเร็วขนาดนี้แบตจะพังไวไหม"
รถที่รองรับและแผนขยายเครือข่าย
ปัจจุบันรถที่รองรับ Geely Smart Charge เต็มรูปแบบมี 3 รุ่น ได้แก่ Lynk & Co 10 (แบตเตอรี่ 12C ความหนา 395 มม.) Zeekr 001 (แบตเตอรี่ 12C ความหนา 395 มม. เช่นกัน) และ Geely Galaxy E5 (แบตเตอรี่ 6C ความหนา 370 มม.) ซึ่ง Zeekr 001 นี่เองที่คนไทยคุ้นเคยเพราะ Zeekr เข้ามาทำตลาดในไทยแล้ว
ด้านแผนขยายเครือข่าย Geely ประกาศว่าภายในสิ้นปี 2027 จะมีหัวชาร์จรวมกว่า 100,000 หัวทั่วจีน โดยเป็นหัวชาร์จ Geely Smart Charge โดยเฉพาะมากกว่า 50,000 หัว ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศจีน เทียบกับ BYD ที่วางแผนติดตั้งสถานีแฟลชชาร์จ 20,000 แห่งภายในปี 2026 — ตัวเลขนี้บอกเราว่าทั้งสองค่ายกำลังทุ่มเงินมหาศาลสร้างเครือข่ายพื้นฐานคู่ขนานไปกับตัวรถ
ประเด็นติดตาม
ข้อมูลรุ่นย่อย ระบบชาร์จ และกำหนดการทำตลาดนอกประเทศจีนยังขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการของผู้ผลิต
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

