Yangwang แบรนด์รถหรูของ BYD เผยภาพทีเซอร์ซีดานต้นแบบรหัส HU ที่ใช้ประตูคู่หลังเปิดสวนทาง มีรายงานว่ารถจะใช้มอเตอร์สี่ตัว กำลังรวมมากกว่า 1,000 แรงม้า และอาจเป็นรถ BYD รุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตต
Yangwang HU ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
Yangwang ยังไม่ได้ประกาศชื่อรุ่นหรือสเปกทางการของ HU แต่ภาพทีเซอร์ชี้ให้เห็นการพัฒนาซีดานขนาดใหญ่ที่มุ่งสู่ตลาดรถหรูระดับบนสุด โครงการนี้มีรายงานว่าอยู่ระหว่างการพัฒนามากกว่าสามปี
ผมพูดตรงๆ นะครับ วงการรถหรูระดับบนสุดมีผู้เล่นหน้าเดิมมาเป็นร้อยปี — Rolls-Royce, Bentley, Maybach — แบรนด์ที่ขายไม่ใช่แค่รถ แต่ขาย "มรดกและสถานะ" ที่เงินซื้อไม่ได้ง่ายๆ แต่พอ BYD ปล่อยภาพทีเซอร์ซีดานตัวใหม่ของ Yangwang ที่มีประตูคู่หลังเปิดสวนทางแบบเดียวกับ Rolls-Royce Phantom เป๊ะๆ ผมรู้เลยว่านี่ไม่ใช่การเล่นสนุก แต่ BYD กำลังบอกโลกว่า "เราจะไปเล่นในสนามนี้ด้วย"
Yangwang คือแบรนด์เรือธงสุดของ BYD ที่วางขายรถอย่าง U8 (SUV หรูสะเทินน้ำสะเทินบก) และ U9 (ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า) มาก่อนแล้ว รถคันนี้ยังไม่มีชื่อทางการ ใช้รหัสพัฒนาภายในว่า "HU" และตามข้อมูลคือผลจากการพัฒนาต่อเนื่องกว่า 3 ปี
ดีไซน์และระบบช่วยขับ


ประตูคู่หลังแบบ coach door หรือประตูเปิดสวนทาง (บานพับอยู่ด้านหลัง) เป็นเอกลักษณ์ที่ Rolls-Royce ใช้มายาวนานที่สุดในบรรดารถหรูปัจจุบัน ผมมองว่าการที่ Yangwang เลือกใช้ฟีเจอร์นี้เป็นคันแรกของ BYD ทั้งกลุ่มบริษัท ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย — นี่คือการส่งสารตรงถึงผู้บริหาร Rolls-Royce ว่า "เรารู้ว่าคุณคือเป้าหมาย"
ตัวรถยังคงดีไซน์ตระกูล "ติ่ง" (鼎 แปลว่ากระถางโบราณสามขาสัญลักษณ์อำนาจของจีน) ที่ Yangwang ใช้กับ U8 และ U9 มาต่อเนื่อง ไฟหน้าดีไซน์เหลี่ยมคม หลังคามีจุดติดตั้ง LiDAR แบบเดียวกับที่เห็นบน U8 และคาดว่าจะมี LiDAR ด้านข้างเพิ่มอีกจุดตามภาพทีเซอร์ล่าสุด สะท้อนว่าใช้ระบบช่วยขับ DiPilot 600 (God's Eye) เต็มรูปแบบ
ถ้าให้ผมเทียบทางประวัติศาสตร์ ผมนึกถึงตอนที่ Lincoln Continental ยุค 60s ใช้ "suicide doors" เป็นจุดขายความหรู ก่อนที่อุตสาหกรรมจะเลิกใช้เพราะกฎความปลอดภัย แต่ Rolls-Royce ยืนหยัดใช้มันต่อเพราะมันคือมรดกแบรนด์ การที่ Yangwang กล้าหยิบดีไซน์นี้กลับมาทั้งที่รู้ว่าต้นทุนวิศวกรรมด้านความปลอดภัยสูงกว่าประตูปกติมาก บอกได้เลยว่าจีนเอาจริงกับตลาดนี้
ระบบขับเคลื่อนที่มีรายงาน
รายงานระบุว่า HU จะใช้แพลตฟอร์ม e4 มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวแยกอิสระต่อล้อ (แบบเดียวกับที่ U8/U9 ใช้) กำลังรวมทะลุ 1,000 แรงม้า ส่วนตัวมองว่านี่คือจุดที่ BYD ฉลาดกว่า Rolls-Royce จริงๆ เพราะ e4 platform ให้แรงบิดควบคุมล้อแต่ละล้อได้อิสระ ทำให้รถหนักระดับตันครึ่งขึ้นไปยังหมุนตัวได้นุ่มนวลแบบที่เครื่องยนต์สันดาปทำไม่ได้ — Rolls-Royce Phantom ตัวจริงยังใช้ V12 6.75 ลิตรแบบดั้งเดิม ซึ่งผมมองว่าอีกไม่กี่ปีจะกลายเป็นจุดอ่อนไม่ใช่จุดขาย
ระบบชาร์จก็รองรับแฟลชชาร์จระดับเมกะวัตต์ ภาพทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาแสดงรถกำลังชาร์จที่สถานีแฟลชชาร์จของ BYD ชัดเจน — นี่คือสัญญาณว่าลูกค้าระดับนี้จะไม่ต้องทนรอชาร์จนานเหมือนรถหรูไฟฟ้ารุ่นแรกๆ
แบตเตอรี่โซลิดสเตตและกำหนดการ
นี่คือหัวข้อที่ผมตื่นเต้นที่สุด เพราะถ้าเป็นจริง Yangwang HU จะเป็นรถ BYD คันแรกที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตท (all-solid-state battery) ผู้บริหาร BYD อย่าง Stella Li ยืนยันแล้วว่าบริษัทอยู่ใน "ตำแหน่งผู้นำ" ด้านเทคโนโลยีนี้ โดย FinDreams ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจแบตเตอรี่ของ BYD ตั้งเป้าผลิตแบบจำกัดจำนวนเริ่มปี 2027 และขยายเป็นการผลิตจำนวนมากภายในปี 2030 โดยใช้เซลล์แบบซัลไฟด์ (sulfide-based)
ผมพูดตรงๆ นะครับ Toyota ประกาศแผนแบตโซลิดสเตทมาตั้งแต่กว่าทศวรรษก่อน เลื่อนกำหนดส่งมอบมาหลายรอบจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีรถขายจริงในตลาด ถ้า BYD ทำได้จริงตามไทม์ไลน์ปี 2027 นี่จะเป็นการแซงหน้าคู่แข่งทั้งญี่ปุ่นและตะวันตกที่พูดเรื่องนี้มานานกว่า ผมยังเถียงไม่ออกว่าฝั่งจีนกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ตาม" เป็น "ผู้นำ" ในเทคโนโลยีแบตเตอรี่จริงๆ
รุ่นมาตรฐานที่ไม่ใช่ตัวลิมิเต็ดคาดว่าจะยังใช้ Blade Battery 2.0 แบบ LFP ตามปกติของ BYD ส่วนรุ่นแบตโซลิดสเตทน่าจะเปิดเป็นล็อตจำกัดราคาสูงเป็นพิเศษ
ตำแหน่งทางการตลาด
ยังไม่มีราคาทางการ แต่มีการประเมินว่ารุ่นท็อปอาจแตะระดับ 2 ล้านหยวนขึ้นไป (ราว 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ) เทียบกับ Yangwang U7 ซีดานหรูรุ่นปัจจุบันที่เริ่มต้นเพียง 658,000 หยวน (ราว 98,000 ดอลลาร์) เท่ากับว่า HU จะวางตัวสูงกว่า U7 เกือบ 3 เท่า และเข้าไปชนกับ Rolls-Royce Phantom ตัวจริงโดยตรงในแง่ราคาที่ตลาดจีน คาดว่าจะเปิดตัวจริงราวปี 2027 พร้อมกับที่เทคโนโลยีแบตโซลิดสเตทพร้อมใช้งาน
ประเด็นติดตาม
ข้อมูลรุ่นย่อย ระบบชาร์จ และกำหนดการทำตลาดนอกประเทศจีนยังขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการของผู้ผลิต
อ่านแหล่งข้อมูลต้นฉบับ

